อาหารทะเลคอลเลสเตอรอลต่ำ

กินเพิ่มความสวย

ขอบคุณรูปภาพจาก healthyfoodssite.com

อาหารทะเลเมื่อพูดถึงแล้วคงเป็นของโปรดใครหลายๆคน แต่ถ้าคนรักษาสุขภาพคงรู้ดีว่าการกินอาหารทะเลผลที่ตามมาคือคอเลสเตอรอล แต่ถ้าเราทานนานๆครั้งอาหารพวกนี้ก็จะเป็นคุณประโยชน์ต่อร่างกายที่เดียว ได้แก่

1.ปลาแซลมอน ปลาแซลมอนหนึ่งชิ้นให้กรดไขมันโอเมก้า-3 ที่ช่วยบำรุงสุขภาพผิว ในปริมาณที่มากกว่าที่ร่างกายต้องการต่อวันเสียอีก จึงนับเป็นอาหารทะเลอันดับหนึ่งสำหรับบำรุงผิวพรรณให้มีความยืดหยุ่นชุ่มชื่น

2.ปลาทูน่า สุดยอดปลาที่ให้ปริมาณโปรตีนเทียบเท่ากับเนื้อวัว และยังเปี่ยมด้วยโอเมก้า-3 และแคลเซียม เหมาะมากสำหรับทำเป็นมื้อเย็น แต่ถ้าเลือกได้พยายามใช้ทูน่าสดมากกว่าทูน่ากระป๋องที่ให้กรดไขมันในปริมาณที่น้อยกว่า

3.หอยแมลงภู่ มีแคลอรี่ต่ำ และอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุสำคัญ เช่น เหล็กและสังกะสี และอีกเรื่องที่เรามักไม่ค่อยจะรู้กันก็คือ หอยแมลงภู่นั้นมีกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่เทียบเท่ากับปลาทะเลเลยด้วย

4.ปลากะพงขาว มีแคลเซียมสูง และเป็นแหล่งของวิตามินบี รวมถึงการที่มันมีก้างเยอะจึงเหมาะกับคนที่กำลังลดน้ำหนักด้วย ประมาณว่าต้องใช้เวลาในการกินนานขึ้นนั่นเอง

5.กุ้ง มีธาตุเหล็กสูง สังกะสีและวิตามินที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน มีไขมันอิ่มตัวต่ำ (น้อยกว่าเนื้อไก่ด้วย) จึงเป็นทางเลือกที่อร่อยและดีต่อสุขภาพหัวใจ

 

ที่มา : SlimmingMag

 

น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็น

ใหม่! น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็น ปราศจากสารเคมีและความร้อนในการสกัด ทำให้สารอาหารที่สำคัญคงอยู่อย่างครบถ้วน ผลิตจากธรรมชาติ 100% ไม่มีผลข้างเคียง รับประทานได้ทุกเพศทุกวัย คนรักสุขภาพหรือห่วงสุขภาพของคนที่คุณรักไม่ควรพลาด

ประกอบไปด้วยกรด ไขมันจำเป็นที่ร่างกายต้องการเช่น โอเลอิค แอซิด, ไลโนเลอิค เอซิด วิตามินอีจากธรรมชาติ และแกมม่าโอลิไซนอล ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ หลอดเลือดตีบตัน ปัญหาคอลเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ที่สูงเกินปกติ

ส่วนสาวๆที่ห่วงผิว พรรณ ในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็นนั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้ ผลดีกว่า Vitamin E ถึง 6 เท่า ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ต้านอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ความหมองคล้ำของผิวและความเสื่อมของผิวพรรณเรา

ประโยชน์ที่จะได้รับจาก Image Tree Gamma1 น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็น
- ลดปัญหาของกรดไขมันอิ่มตัวส่วนเกินในร่างกาย
- ลดปัญหาการเกิดโรคหัวใจและโรคที่เกิดจากหลอดเลือดตีบตัน
- บำรุงร่างกายและบำรุงสมอง
- ชะลอและลดปัญหาการเกิดโรคมะเร็ง
- ช่วยบำรุงผิวพรรณ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกาย
- ช่วยเสริมความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย
- บำรุงดวงตาและสายตา
- ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและชะลอความเสื่อมของร่างกาย
- ช่วยให้พักผ่อนนอนหลับสนิท ลดความเครียด

ได้รับการรับรองจาก อย. 11-1-10249-1-0147

INBOX มาได้เลยจ้า ส่งฟรี ems ทั่วไทย —>https://www.facebook.com/messages/imagetreethailand

โรคไขมันในเลือด

โรคไขมันในเลือด

ไขมันอุดตันเส้นเลือด

โรคไขมันในเลือดสูง

ไขมันในเลือดสูงหมายถึงร่างกายเรามีไขมันในกระแสเลือดสูง ไขมันที่สูงอาจจะเป็น cholesterol หรือ Triglyceride ก็ได้ ไขมันสูงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคอัมพาต เนื่องจากไขมันสูงจะตกตะกอนที่ผิวของผนังหลอดเลือดที่เรียกว่าคราบไขมันหรือ Plaqueซึ่งจะทำให้หลอดเลือดตีบ หรือคราบอาจจะหลุดลอยไปอุดหลอดเลือดทำให้เกิดโรค
ค่าปกติของไขมันอยู่ระหว่าง 140 and 200 mg/d ทางการแพทย์จะให้ความสนใจเป็นพิเศษกับไขมัน Total Chloresterol และ LDL Choresterol และไขมัน HDL Cholesterol เนื่อวจากภาวะทั้งสองสามารถควบคุมโดยการใช้ยาและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่การเกิดหลอดเลือดแข็งจะดกิดเร็วหากมีภาวะไขมันผิดปกติดังนี้

มีระดับของ triglycerides (TG) สูง
ไขมัน low-density lipoprotein (LDL) สูง:ซึ่งเป็นไขมันไม่ดี
ไขมัน highdensity lipoprotein-cholesterol (HDL-C)ต่ำ
อาการของไขมันในเลือดสูง

ไขมันในเลือดสูงจะไม่มีอาการ การที่จะทราบว่าไขมันในเลือดสูงรู้ได้จากการเจาะเลือดตรวจ

สาเหตุของไขมันในเลือดสูง

กรรมพันธ์ ร่างกายไม่สามารถกำจัดไขมันได้อย่างเพียงพอ
โรคเบาหวาน
พฤติกรรมในการดำรงชีพ ไม่ได้คุมอาหาร ไม่ได้ออกกำลังกาย
ปัจจัยเสี่ยงของโรคไขมันในเลือดสูง

ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ไขมันในเลือดสูงได้แก่

  • อ้วนหรือน้ำหนักเกิน
  • รับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวมาก
  • ออกกำลังกายไม่เพียงพอ
  • ประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
  • ความดันโลหิตสูง
  • สูบบุหรี่เบาหวาน

การวินิจฉัย

ค่าปกติของไขมันในเลือด

Total cholesterol levels:

ระดับที่ต้องการ: ต่ำกว่า 200 mg/dL
สูงปานกลาง: 200 – 239 mg/dL
สูง: มากกว่า 240 mg/dL
LDL cholesterol levels:

ระดับที่ต้องการสำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจหรือมีความเสี่ยงสูง: ต่ำกว่า 70 mg/dL
ระดับที่ต้องการ for people at risk of heart disease: ต่ำกว่า 100
ระดับที่ต้องการ: 100 – 129
สูงปานกลาง: 130 – 159
สูง: 160 – 189
HDL cholesterol levels:

ผลไม่ดี: ต่ำกว่า 40 mg/dL
ค่าที่ยอมรับได้: 40 – 59
ระดับที่ต้องการ: 60 or สูงกว่า
Triglyceride levels:

ระดับที่ต้องการ: ต่ำกว่า 150 mg/dL
สูงปานกลาง: 150 – 199
สูง:สูงกว่า 200
ผู้ใหญ่ที่ค่าไขมันปกติควรจะตรวจซ้ำทุก 5 ปี หากไขมันในเลือดสูงควรตรวจซ้ำอีก 2-6 เดือน

อาหารที่มีไขมันสูง

ไขมันจากปลาจะอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันอิ่มตัว เมื่อรับประทานมากเกินไปจะทำให้ระดับไขมันในเลือดสูง ไขมันที่สูงจะเป็นความเสี่ยงของการเกิดหลอดเลือดแดงแข็ง อาหารที่มีไขมันสูงได้แก่

น้ำมันจากสัตว์ น้ำมันปามล์ กะทิ
เนย มาร์การิน เนยเทียม
หนังไก่
เครื่องใน เนื้อติดมัน
ของทอด
หากมีครับทั้งสามภาวะโอกาศที่จะเกิดหลอดเลือดแข็งจะสูง

เมื่อไรจึงจะเจาะเลือดตรวจหาไขมันในเลือด

เจาะเลือดผู้ปายอายุมากกว่า 40 ส่วนผู้หญิงอายุมากกว่า 50 หรือเมื่อหมดประจำเดือน
มีหลักฐานว่ามีโรคหลอดเลือดตีบ เช่น หลอดเลือดขาหรือหัวใจตีบ
เป็นโรคเบาหวานชนิดที่2
ความโลหิตสูง
ประวัติพ่อแม่พี่หรือน้องเป็นโรคหลอดเลือดก่อนวัย
ผู้ป่วยโรคอ้วนลงพุง
เป็นโรคเรื้อรังบางชนิดที่พบว่าอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสูง เช่น โรครูมาตอยด์ โรค SLE Psoriasis
ผู้ที่ไตเสื่อมอัตราการกรองของไตน้อยกว่า 60
ตรวจร่างกายแล้วพบว่ามีหลักฐานว่าไขมันสูงในครอบครัว

การประเมินความเสี่ยงความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

โรคหัวใจการประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดจะพิจารณาจาก เพศ อายุ ระดับไขมัน ระดับความดันโลหิต การสูบบุหรี่ และนำไปเทียบกับตารางก็จะได้ตัวเลขความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยทั่วไปจะพิจารณาว่าหากมากกว่าร้อยละ10จะต้องควบคุมความเสี่ยงให้ดี การประเมินความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดจะแยกเป็น

  • การประเมินความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในชาย
  • การประเมินความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในหญิง
  • การคำนวนความเสี่ยงจากสูตร

การจัดระดับความรุนแรงของความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

จะแบ่งระดับความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดออกเป็น

  • ความเสี่ยงสูงมาก

ได้แก่ภาวะดังต่อไปนี้

เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย เป็นอัมพาตหรืออัมพฤกษ หลอดเลือดแดงขาตีบ หรือจากการตรวจเช่น การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ การตรวจโดยการวิ่งสายพาน กาดวัดความหนาของหลอดเลือดที่คอ
ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่2 หรือผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่1ที่มีอวัยวะเสียหาย เช่นพบโปรตีนในปัสสาวะ หรือมีการเปลี่ยนแปลงทางตา
ผู้ที่ไตเสื่อมมากโดยอัตราการกรองของไตต่ำกว่า 60
อัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด10ปีมากกว่าร้อยละ 10

  • ความเสี่ยงสูง

ผู้ที่มีระดับไขมัน หรือระดับความดันโลหิตสูงมาก
มีความเสี่ของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดอยู่ระหว่าง 5-10 %

  • ความเสี่ยงปานกลาง

ผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดระหว่า1-5 %

  • ความเสี่ยงต่ำ

ผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดน้อยกว่า1%
เมื่อไรจะรักษาไขมันในเลือดสูง

ปัจจัยที่จะพิจารณาว่าจะรักษาไขมันในเลือดสูงได้แก่ อัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะเวลา 10 ปี และระดับไขมัน LDL

ระดับไขมัน LDL ของท่าน
<70mg% 70-100mg% 101-155mg% 156-190mg% >190 mg%
<1 เสี่ยงต่ำ ไม่ต้องปรับเปลี่ยน ไม่ต้องปรับเปลี่ยน ปรับพฤติกรรม ปรับพฤติกรรม ปรับพฤติกรรม หากยังสูงต้องใช้ยา
1-5 เสี่ยงปานกลาง ปรับพฤติกรรม ปรับพฤติกรรม ปรับพฤติกรรม หากยังสูงต้องใช้ยา ปรับพฤติกรรม หากยังสูงต้องใช้ยา ปรับพฤติกรรม หากยังสูงต้องใช้ยา
5-10 เสี่ยงสูง ปรับพฤติกรรม และพิจารณายา ปรับพฤติกรรม และพิจารณายา ปรับพฤติกรรม และใช้ยา ปรับพฤติกรรม และใช้ยา ปรับพฤติกรรม และใช้ยา
>10 เสี่ยงสูงมาก ปรับพฤติกรรม และพิจารณายา ปรับพฤติกรรมและใช้ยา ปรับพฤติกรรม และใช้ยา ปรับพฤติกรรม และใช้ยา ปรับพฤติกรรม และใช้ยา

อัตราเสี่ยงท่านสามรถหาได้จากการประเมินความเสี่ยงของ ชาย และ หญิง ส่วนค่า LDL ได้จากการเจาะเลือด

ระดับไขมันที่ต้องการ

เป้าหมายของระดับไขมันหลังการรักษาจะขึ้นกับอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

ผู้ที่มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง(กลุ่มเสี่ยงสูงมาก และอัตราเกิดโรคมากกว่าร้อยละ10ใน10ปี

  • ให้ลดระดับ LDL ให้ต่ำกว่า 70 มก%
  • หรือลดระดับ LDL ลงจากดิมร้อยละ 50

สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง(ความเสี่ยงสูง หรืออัตราการเกิดโรคหัวใจร้อยละ5-10)

  • ให้ลดระดับ LDL ให้ต่ำกว่า 100 มก%

สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงปานกลาง(ความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดร้อยละ1-5)

  • ให้ลดระดับ LDL ให้ต่ำกว่า 115 มก%

การรักษาโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

อ้วนไขมันในเลือดสูงทุกชนิดจะต้องรักษาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งประกอบไปด้วยการออกกำลังกาย การลดน้ำหนัก การงดบุหรี่ การดื่มสุรา และการควบคุมอาหาร

ประสิทธิผลของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแต่ละชนิดขึ้นกับชนิดของไขมันที่สูง ผู้ป่วยที่ไขมัน LDL สูงการลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว ลดไขมันชนิด transจะช่วยลดไขมันได้ดี ส่วนไขมัน Triglyceride สูง การลดน้ำหนักร่วมกับการออกกำลังกายจะได้ผลดี ดังนั้นในการเลือกวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจะขึ้นกับชนิดไขมันที่ขึ้น

ยาลดไขมัน

ไขมันในเลือดสูงการรักษาไขมันในเลือดสูงจะต้องพิจารณาจากโรคที่เป็น โรคที่เป็นร่วม ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด และระดับไขมันในเลือด หากไขมันในเลือดสูงไม่มาก และความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดต่ำการรักษาก็อาจจะเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หากไขมันในเลือดสูงมาก และหรือมีโรคหรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดมากก็จะต้องรีบให้ยารักษาไขมัน

สาเหตุของไขมันในเลือดสูงส่วนหนึ่งเกิดจากพันธุกรรมซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ แต่อีกสาเหตุหนึ่งเกิดจากพฤติกรรม ซึ่งหากมีการปรับพฤติกรรมก็สามารถป้องกันการเกิดไขมันในเลือดสูงได้

การลดไขมันโดย Phytosterol

Phytosterol พบมากในน้ำมันพืช ถั่ว ผัก และผลไม้ มีสูตรโครงสร้างเหมือน cholesterol แต่ไม่ทำให้เส้นเลือดตีบ ช่วยลดการดูดซึม cholesterol

 

ขอบคุณข้อมูลจาก siamhealth.net

 

น้ำมันรำข้าว สกัดเย็น

ใหม่! น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็น ปราศจากสารเคมีและความร้อนในการสกัด ทำให้สารอาหารที่สำคัญคงอยู่อย่างครบถ้วน ผลิตจากธรรมชาติ 100% ไม่มีผลข้างเคียง รับประทานได้ทุกเพศทุกวัย คนรักสุขภาพหรือห่วงสุขภาพของคนที่คุณรักไม่ควรพลาด

ประกอบไปด้วยกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายต้องการเช่น โอเลอิค แอซิด, ไลโนเลอิค เอซิด วิตามินอีจากธรรมชาติ และแกมม่าโอลิไซนอล ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ หลอดเลือดตีบตัน ปัญหาคอลเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ที่สูงเกินปกติ

ส่วนสาวๆที่ห่วงผิวพรรณ ในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็นนั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้ผลดีกว่า Vitamin E ถึง 6 เท่า ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ต้านอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ความหมองคล้ำของผิวและความเสื่อมของผิวพรรณเรา

ประโยชน์ที่จะได้รับจาก Image Tree Gamma1 น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็น
- ลดปัญหาของกรดไขมันอิ่มตัวส่วนเกินในร่างกาย
- ลดปัญหาการเกิดโรคหัวใจและโรคที่เกิดจากหลอดเลือดตีบตัน
- บำรุงร่างกายและบำรุงสมอง
- ชะลอและลดปัญหาการเกิดโรคมะเร็ง
- ช่วยบำรุงผิวพรรณ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกาย
- ช่วยเสริมความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย
- บำรุงดวงตาและสายตา
- ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและชะลอความเสื่อมของร่างกาย
- ช่วยให้พักผ่อนนอนหลับสนิท ลดความเครียด

ได้รับการรับรองจาก อย. 11-1-10249-1-0147

INBOX มาได้เลยจ้า ส่งฟรี ems ทั่วไทย —>https://www.facebook.com/messages/imagetreethailand

หัวใจวายเฉียบพลัน และหัวใจล้มเหลว

หัวใจวายเฉียบพลัน และหัวใจล้มเหลว

ขอบคุณรูปภาพจาก getitwrighthere.com

ขอบคุณรูปภาพจาก getitwrighthere.com

 หัวใจวายเฉียบพลัน หรือ Heart Attack
Heart Attack คือภาวะที่มีอาการหัวใจวาย หรือเสียชีวิตอย่างปัจจุบันทันด่วน ส่วนใหญ่เนื่องจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจเกิดการอุดตันอย่างเฉียบพลัน

ทำไมจึงเกิด Heart Attack หรือการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ
- การสะสมของไขมันในหลอดเลือด ที่เรียกว่า plaque
- เกิดการปริแยกหรือฉีกขาดของ plaque
- การเกิดก้อนเลือดอุดตันภายในหลอดเลือด

Plaque คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร
ถ้าการทำงานของเยื่อบุผนังหลอดเลือดเสียไปหรือเสื่อมสภาพลง ก็จะทำให้เกิดการสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือด เกิดเป็น plaque ขึ้น คล้ายกับการเกิดสนิมขึ้นในท่อประปา ทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้สะดวก

สิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิด Heart Attack
อาจจะมีสิ่งมากระตุ้นทำให้เกิดการปริแยกของ plaque เช่น การออกกำลังกายมากเกินไป มีความเครียดมาก โกรธหรือเสียใจมากๆ และมักจะพบได้บ่อยในช่วงตื่นนอน นอกจากนี้ยังเชื่อว่าเชื้อโรคบางชนิดก็ทำให้เกิดการอักเสบของ plaque ขึ้นได้

ลดการเกิด Plaque ได้อย่างไร
เราอาจสามารถป้องกันไม่ให้เกิด Heart Attack ได้ โดยมีหลักการง่ายๆ คือ ลดการสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือด หรือลดการเกิด plaque และลดการอักเสบหรือการป้องกันการปริแยกของ plaque นั่นเอง

การลดการสะสมของ plaque ทำได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่จะทำให้เกิดหลอดเลือดอุดตัน หยุดสูบบุหรี่ ลดไขมันในเลือด ควบคุมความดันโลหิต โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน

นอกจากนี้ ปัจจุบันยังพบว่าการลดความอ้วนก็สามารถลดอุบัติการณ์การเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้ด้วยเช่นกัน

ส่วนการป้องกันการปริแยกของ plaque คือการควบคุมสิ่งกระตุ้นต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว และการใช้ยาบางชนิด ซึ่งมีหลักฐานว่าสามารถลดอัตราการเกิด Heart Attack ได้แก่ การให้ยาต้านเกร็ดเลือด ยาลดไขมันและยาลดความดันโลหิต เป็นต้น

เมื่อเกิด Heart Attack ควรทำอย่างไร
การรักษาที่ดีที่สุด คือการเปิดหลอดเลือด หรือละลายก้อนเลือดที่อุดตันออก ซึ่งควรจะทำให้เร็วที่สุด หากสามารถเปิดหลอดเลือดที่อุดตันออกได้เร็ว โดยเฉพาะภายใน 6 ชั่วโมงแรกหลังจากที่มีอาการเจ็บหน้าอก จะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเสียหายน้อยลง และมีภาวะแทรกซ้อนน้อยลง รวมทั้งอัตราการรอดชีวิตก็จะสูงขึ้น ดังนั้น ข้อปฏิบัติที่ดีที่สุดในขณะที่เกิด Heart Attack คือไปถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

ระยะเวลาที่เปิดหลอดเลือด (หลังเกิดอาการ)
อัตราการรอดของกล้ามเนื้อหัวใจ

ระยะเวลาที่เปิดหลอดเลือด(หลังเกิดอาการ) อัตราการรอดของกล้ามเนื้อหัวใจ
ภายใน 1-2 ชั่วโมง 90-100%
ภายใน 2 ชั่วโมง 60%
ภายใน 3 ชั่วโมง 40%
ภายใน 4 ชั่วโมง 20%
ภายใน 6 ชั่วโมง 10%

การป้องกัน Heart Attack
1.ควบคุมการเกิด plaque โดยการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่จะทำให้เกิดหลอดเลือดอุดตัน

2.ลดการสะสมของ plaque หรือตรวจหา plaque ที่อักเสบ หรือมีโอกาสที่จะฉีกขาดได้ง่าย หากสามารถตรวจพบและให้การรักษาได้ทันท่วงที ก็จะสามารถป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดบริเวณที่สำคัญๆ เช่น หลอดเลือดที่สมอง หรือหลอดเลือดที่หัวใจ และลดอุบัติการณ์การเกิดโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน (Stroke) และ Heart Attack ได้

3.ป้องกันการปริแยกของ plaque โดยการควบคุมสิ่งกระตุ้นต่างๆ ร่วมกับการใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

หัวใจล้มเหลว ( Heart Failure )

ภาวะหัวใจล้มเหลว ( Heart Failure หรือ Congestive Heart Failure ) หมายถึงภาวะที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างเพียงพอ ทำให้เกิดอาการต่างๆ ขึ้น

เมื่อเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว จะเกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมาย เช่น ฮอร์โมนหลายชนิดเพิ่มขึ้นผิดปกติ หลอดเลือดแดงหดตัว แรงต้านต่อหัวใจมากขึ้น หัวใจทำงานหนักมากขึ้น ความดันโลหิตลดลง ผลที่ตามมาคือไตวาย และอวัยวะต่างๆ ไม่ทำงานตามปกติ ทำให้เสียชีวิตในที่สุด

อาการของหัวใจล้มเหลว
อาการจะขึ้นอยู่กับว่าหัวใจซีกใดผิดปกติ หากหัวใจซีกขวาล้มเหลว ก็จะทำให้เลือดไม่สามารถไหลเข้าหัวใจซีกขวาได้ดี ผลที่ตามมาคือตับโต ทำให้แน่นท้อง ปวดท้อง เบื่ออาหาร และมีอาการขาบวม ท้องบวม แต่ถ้าหัวใจซีกซ้ายล้มเหลว อาการเด่นคืออาการทางปอด เนื่องจากมีเลือดคั่งในปอดมาก ได้แก่ เหนื่อย หอบ ไอเป็นเลือด นอนราบไม่ได้เพราะจะเหนื่อยมาก จนไม่สามารถหายใจได้ในที่สุด

สาเหตุของหัวใจล้มเหลวได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ตัน กล้ามเนื้อหัวใจตาย ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว ความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อหัวใจพิการจากสาเหตุต่างๆ เช่น ไวรัส เบาหวาน แอลกอฮอล์

การรักษา
รักษาตามอาการ ให้ยาขับปัสสาวะเพื่อลดน้ำในปอด ยาขยายหลอดเลือดแดงช่วยให้หัวใจทำงานสบายขึ้น ให้ยากระตุ้นหัวใจ บางรายต้องรักษาตามสาเหตุด้วย เช่น ผ่าตัดแก้ไขลิ้นหัวใจ ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ เป็นต้น หากหัวใจเต้นผิดจังหวะ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาควบคุม

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย
กับการรักษาอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรขาดยา ไม่ซื้อยารับประทานเอง เพราะยาหลายอย่างมีผลแทรกซ้อนมาก หากมีอาการแน่นหน้าอก หอบเหนื่อยมาก ต้องรีบไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที

 

ขอบคุณข้อมูลจาก เอมอร คชเสนี manager.co.th

 

 

น้ำมันรำข้าว สกัดเย็น

ใหม่! น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็น ปราศจากสารเคมีและความร้อนในการสกัด ทำให้สารอาหารที่สำคัญคงอยู่อย่างครบถ้วน ผลิตจากธรรมชาติ 100% ไม่มีผลข้างเคียง รับประทานได้ทุกเพศทุกวัย คนรักสุขภาพหรือห่วงสุขภาพของคนที่คุณรักไม่ควรพลาด

ประกอบไปด้วยกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายต้องการเช่น โอเลอิค แอซิด, ไลโนเลอิค เอซิด วิตามินอีจากธรรมชาติ และแกมม่าโอลิไซนอล ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ หลอดเลือดตีบตัน ปัญหาคอลเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ที่สูงเกินปกติ

ส่วนสาวๆที่ห่วงผิวพรรณ ในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็นนั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้ผลดีกว่า Vitamin E ถึง 6 เท่า ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ต้านอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ความหมองคล้ำของผิวและความเสื่อมของผิวพรรณเรา

ประโยชน์ที่จะได้รับจาก Image Tree Gamma1 น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็น
- ลดปัญหาของกรดไขมันอิ่มตัวส่วนเกินในร่างกาย
- ลดปัญหาการเกิดโรคหัวใจและโรคที่เกิดจากหลอดเลือดตีบตัน
- บำรุงร่างกายและบำรุงสมอง
- ชะลอและลดปัญหาการเกิดโรคมะเร็ง
- ช่วยบำรุงผิวพรรณ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกาย
- ช่วยเสริมความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย
- บำรุงดวงตาและสายตา
- ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและชะลอความเสื่อมของร่างกาย
- ช่วยให้พักผ่อนนอนหลับสนิท ลดความเครียด

ได้รับการรับรองจาก อย. 11-1-10249-1-0147

INBOX มาได้เลยจ้า ส่งฟรี ems ทั่วไทย —>https://www.facebook.com/messages/imagetreethailand

ระวัง กินยานอนหลับมากเสี่ยงหัวใจวาย

ระวัง กินยานอนหลับมากเสี่ยงหัวใจวาย

นอนไม่หลับ

นักวิจัยไต้หวันเตือนกินยานอนหลับมากเสี่ยงหัวใจวาย ระบุ อย.สหรัฐฯแนะลดปริมาณยาลงครึ่งหนึ่ง ด้าน อย.ไทยเผยทำได้แค่เฝ้าระวัง บอกยังไม่ได้รับรายงานเรื่องอาการข้างเคียงจากการใช้ยา ระบุแต่เป็นยายที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์หรือเภสัชกรอยู่แล้ว แถมกำหนดให้ลดปริมาณยาครึ่งหนึ่งจริง กินไม่เกิน 1 สัปดาห์ ขณะที่ กพย.จี้ อย.ต้องรู้จักศึกษาต่อยอดบ้าง

ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)  กล่าวถึงกรณีโลกออนไลน์มีการโพสต์เตือนยานอนหลับชื่อสามัญ โซลพิแดม (Zolpidem) โดยอ้างนักวิจัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยไต้หวันที่ทำการศึกษาสารออกฤทธิ์ ซึ่งพบหากใช้ปริมาณมากเกินไปจะส่งผลต่อเส้นเลือดใหญ่และนำไปสู่หัวใจวาย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจ

และหากกินยาขนาด 10 มิลลิกรัมทุกสัปดาห์ก็เพิ่มความเสี่ยงเกิดโรคหัวใจวายได้เท่าตัว ซึ่งองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา ได้แนะนำให้ลดปริมาณยาลงครึ่งหนึ่งคือ 5 มิลลิกรัม แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบของไทยกลับไม่ตื่นตัว ว่า

ยาโซลพิแดมจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 คือ อนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะคลินิกที่มีใบอนุญาตเท่านั้น และโรงพยาบาลก็สามารถใช้ได้ ยกเว้นร้านขายยาทั่วไป หากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี และปรับตั้งแต่ 1-4 แสนบาท ส่วนผู้ซื้อหากนำไปใช้ในทางที่ผิดจะมีโทษจำคุก 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาทถึง 1 แสนบาท

ภก.ประพนธ์ กล่าวอีกว่า อาการไม่พึงประสงค์จากการกินยาตัวนี้ ในไทยยังไม่พบ ส่วนใหญ่ยาดังกล่าวจะมีฤทธิ์นอนหลับ เพียงแต่ยาโซลพิแดม มีฤทธิ์เร็ว จึงต้องมีการควบคุมพิเศษ และสั่งจ่ายโดยเภสัชกรที่ได้รับอนุญาต กับสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น

ส่วนอาการที่มีผลต่อหัวใจยังไม่ได้รับรายงาน ซึ่งไม่ต้องกังวล เนื่องจาก อย.มีคณะอนุกรรมการในการติดตามเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์และอันตรายจากการใช้ยา คอยติดตามอยู่เสมอ

“ยาโซพิแดม องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าควรลดปริมาณลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งทาง อย.ได้กำหนดไว้ว่า หากจะใช้ยาตัวนี้ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์และเภสัชกรที่ได้รับใบอนุญาต ที่สำคัญให้ลดปริมาณของยาลง โดยในผู้หญิงและผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปจะต้องลดปริมาณลงจาก 10 มิลลิกรัมเหลือเพียง 5 มิลลิกรัม โดยให้ทานเฉพาะก่อนนอนเท่านั้น และไม่ควรทานเกิน 1 สัปดาห์” รองเลขาธิการ อย. กล่าว

ภญ.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการแผนงานพัฒนากลไกเฝ้าระวังระบบยา (กพย.) กล่าวว่า การทำงานของ อย.เน้นที่การมอนิเตอร์ หรือเฝ้าระวังในต่างประเทศว่า มียากลุ่มใดที่ถูกถอนการขึ้นทะเบียนบ้าง ขณะที่การทำการติดตามข่าวสารเรื่องผลการศึกษาเรื่องสารออกฤทธิ์ในยา ยังไม่ครอบคลุมคือ แม้มีการศึกษา

แต่การจะลงมือทำการศึกษาต่อ หรือลงพื้นที่เพื่อตรวจหายากลุ่มเสี่ยงจากผลวิจัยต่างประเทศยังค่อนข้างมีอุปสรรค หากไม่เป็นกรณีวิกฤตจริงๆ ก็จะพบน้อยมาก  ดังนั้น อย.ต้องมีการปรับปรุงเรื่องนี้ เหมือนกรณียานอนหลับชนิดนี้ที่มีผลศึกษาเบื้องต้นว่าอาจมีผลกระทบต่อหัวใจ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ควรมีการศึกษา และควรนำข้อมูลเพื่อเข้าสู่ที่ประชุมคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวพิจารณา

 

ขอบคุณ ผู้จัดการออนไลน์

 

 

 

น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็น

ใหม่! น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็น ปราศจากสารเคมีและความร้อนในการสกัด ทำให้สารอาหารที่สำคัญคงอยู่อย่างครบถ้วน ผลิตจากธรรมชาติ 100% ไม่มีผลข้างเคียง รับประทานได้ทุกเพศทุกวัย คนรักสุขภาพหรือห่วงสุขภาพของคนที่คุณรักไม่ควรพลาด

ประกอบไปด้วยกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายต้องการเช่น โอเลอิค แอซิด, ไลโนเลอิค เอซิด วิตามินอีจากธรรมชาติ และแกมม่าโอลิไซนอล ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ หลอดเลือดตีบตัน ปัญหาคอลเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ที่สูงเกินปกติ

ส่วนสาวๆที่ห่วงผิวพรรณ ในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็นนั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้ผลดีกว่า Vitamin E ถึง 6 เท่า ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ต้านอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ความหมองคล้ำของผิวและความเสื่อมของผิวพรรณเรา

ประโยชน์ที่จะได้รับจาก Image Tree Gamma1 น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็น
- ลดปัญหาของกรดไขมันอิ่มตัวส่วนเกินในร่างกาย
- ลดปัญหาการเกิดโรคหัวใจและโรคที่เกิดจากหลอดเลือดตีบตัน
- บำรุงร่างกายและบำรุงสมอง
- ชะลอและลดปัญหาการเกิดโรคมะเร็ง
- ช่วยบำรุงผิวพรรณ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกาย
- ช่วยเสริมความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย
- บำรุงดวงตาและสายตา
- ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและชะลอความเสื่อมของร่างกาย
- ช่วยให้พักผ่อนนอนหลับสนิท ลดความเครียด

ได้รับการรับรองจาก อย. 11-1-10249-1-0147

INBOX มาได้เลยจ้า ส่งฟรี ems ทั่วไทย —>https://www.facebook.com/messages/imagetreethailand

“ความเครียด” สามารถแก้ไขได้

“ความเครียด” สามารถแก้ไขได้

ขอบคุณรูปภาพจาก buzzle.com

ขอบคุณรูปภาพจาก buzzle.com

เครียด กังวล เป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์เราต้องพบเจอในแต่ละวัน บางคนจมอยู่กับความเครียดโดยไม่รู้ว่าควรจะแก้ไขอย่างไร 10 วิธีง่ายๆต่อไปนี้ จะช่วยให้เราแก้ไขความเครียด หรือช่วยเราคลายความกังวลนั้นลงได้

1. คิดดูว่ากังวลหรือหงุดหงิดเรื่องอะไร อะไรเป็นสาเหตุ อะไรเป็น “สาเหตุของสาเหตุ” และอะไรเป็นสาเหตุของ “สาเหตุของสาเหตุ” ต่อไปเรื่อยๆ

2. คิดต่อว่าเรื่องและสาเหตุเหล่านั้นจะแก้ไขได้ไหม ถ้าแก้ได้ ให้รีบแก้ ถ้าแก้ไม่ได้ ให้ปรึกษา พูดคุย (ระบาย) กับคนที่ตนรักและไว้ใจ เพื่อขอความเห็นหรือความช่วยเหลือ

3. ถ้าคิดไม่ออก หรือคิดว่ายังแก้ไขไม่ได้ ให้นึกถึงความจริง 3 ประการ (ไตรลักษณ์) คือ
ทุกสิ่งทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลง ขณะนี้เราทุกข์ ดังนั้นต่อไปเราจะต้องสุข แล้วยิ้มให้กับความจริงนี้
ทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีความขัดแย้ง ความขัดแย้งหรือทุกข์ของเรายังน้อยกว่าของเขาอื่น แล้วยิ้มให้กับความโชคดีของเรา
ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสิ่งสมมุติที่ไม่ใช้ตัวตนอย่างแท้จริง ทุกข์เกิดจากเราคิดว่านี้เป็นตัวเรา นี่เป็นของเรา นั่นควรจะเป็นของเรา และโน่นควรจะเป็นของเราด้วย เป็นต้น แล้วยิ้มให้กับความเห็นแก่ตัวของเรา และแผ่เมตตาให้ผู้อื่น

4. หลบออกจากสถานที่และสิ่งที่ทำให้กังวลหงุดหงิด

5. ออกกำลังกายให้มากขึ้น ทำสิ่งที่ตนชอบให้มากขึ้น

6. ฝึกสมาธิ เช่น สวดมนต์ อ่านหนังสือ ร้องเพลง เย็บปักถักร้อย วาดรูป ปลูกต้นไม้ ให้ใจสงบและหลับได้

7. ช่วยเหลือผู้อื่นที่ทุกข์ยากมากกว่าเรา

8. หางานทำให้วุ่นๆไว้ อย่าหยุดงาน อย่าอยู่เฉยๆ

9. คิดถึงสิ่งที่ดีงามต่างๆ อย่าคิดในทางร้าย

10. ถ้าเป็นมากควรไปหาหมอ อาจต้องกินยาคลายเครียดหรือยากล่อมประสาท เช่น ไดอะซีแพม (diazepam) หรืออะมิทริปไทลีน (amitriptyline) เป็นครั้งคราว

ที่มา : มูลนิธิหมอชาวบ้าน

 

 

 

น้ำมันรำข้าว สกัดเย็น

ใหม่! น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็น ปราศจากสารเคมีและความร้อนในการสกัด ทำให้สารอาหารที่สำคัญคงอยู่อย่างครบถ้วน ผลิตจากธรรมชาติ 100% ไม่มีผลข้างเคียง รับประทานได้ทุกเพศทุกวัย คนรักสุขภาพหรือห่วงสุขภาพของคนที่คุณรักไม่ควรพลาด

ประกอบไปด้วยกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายต้องการเช่น โอเลอิค แอซิด, ไลโนเลอิค เอซิด วิตามินอีจากธรรมชาติ และแกมม่าโอลิไซนอล ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ หลอดเลือดตีบตัน ปัญหาคอลเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ที่สูงเกินปกติ

ส่วนสาวๆที่ห่วงผิวพรรณ ในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็นนั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้ผลดีกว่า Vitamin E ถึง 6 เท่า ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ต้านอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ความหมองคล้ำของผิวและความเสื่อมของผิวพรรณเรา

ประโยชน์ที่จะได้รับจาก Image Tree Gamma1 น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็น
- ลดปัญหาของกรดไขมันอิ่มตัวส่วนเกินในร่างกาย
- ลดปัญหาการเกิดโรคหัวใจและโรคที่เกิดจากหลอดเลือดตีบตัน
- บำรุงร่างกายและบำรุงสมอง
- ชะลอและลดปัญหาการเกิดโรคมะเร็ง
- ช่วยบำรุงผิวพรรณ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกาย
- ช่วยเสริมความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย
- บำรุงดวงตาและสายตา
- ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและชะลอความเสื่อมของร่างกาย
- ช่วยให้พักผ่อนนอนหลับสนิท ลดความเครียด

ได้รับการรับรองจาก อย. 11-1-10249-1-0147

INBOX มาได้เลยจ้า ส่งฟรี ems ทั่วไทย —>https://www.facebook.com/messages/imagetreethailand

แพ้เพื่อนบ้านกระจุย! เด็กไทยขาดแคลเซียมส่งผลเตี้ย นมก็ดื่มน้อย

นมสดช่วยลดอ้วน

ขอบคุณรูปภาพจาก pr.prd.go.th

นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า เด็กไทยกำลังเผชิญปัญหาด้านการเจริญเติบโตของร่างกาย จากการเฝ้าระวังติดตามการเจริญเติบโตในเด็กนักเรียนอายุ 6-12 ปี ปี 2555 พบว่า นักเรียนมีภาวะอ้วนจำนวน 187,000 คน เตี้ยจำนวน 254,620 คน และผอมจำนวน 99,112 คน ซึ่งปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

เพราะเด็กนักเรียนที่เตี้ยและผอม จะมีสติปัญญาด้อย เรียนรู้ช้า ภูมิต้านทานโรคต่ำ ติดเชื้อได้ง่าย นอกจากนี้ ยังพบว่า การบริโภคอาหารที่มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกายอย่างแคลเซียมยังน้อยอีกด้วย โดยเฉพาะการดื่มนมซึ่งคนไทยดื่มนมเฉลี่ยคนละ 14 ลิตรต่อปี

ในขณะที่อัตราการดื่มนมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เฉลี่ยคนละ 60 ลิตรต่อปี และทั่วโลกเฉลี่ยคนละ 103.9 ลิตรต่อปี ซึ่งต่ำกว่าประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโลก 4-7 เท่า ส่งผลให้เด็กไทยเมื่อมีอายุ 18 ปี มีความสูงเฉลี่ยค่อนข้างเตี้ย โดยผู้ชายสูงเฉลี่ย 167.1 เซนติเมตร ผู้หญิงสูงเฉลี่ย 157.4 เซนติเมตร

นพ.พรเทพ กล่าวอีกว่า แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีปริมาณมากที่สุดในร่างกาย ช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูก เนื่องจากร้อยละ 99 ของแคลเซียมอยู่ที่กระดูกและฟัน แต่การที่ร่างกายจะเจริญเติบโตได้ดีขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง

โดยเฉพาะเรื่องความสูงนั้นนอกจากเกิดจากกรรมพันธุ์แล้ว การเจริญเติบโตด้านความยาวของกระดูก อาหารและการออกกำลังกายก็มีส่วนสำคัญ ซึ่งสารอาหารที่สร้างความแข็งแรงของกระดูกมีหลายชนิด เช่น โปรตีน ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ฟลูออไรด์ ทองแดง แมงกานีส วิตามินซี วิตามินดี และวิตามินเค

นพ.พรเทพ กล่าวด้วยว่า ปริมาณแคลเซียมที่แนะนำให้บริโภคในแต่ละวันตามช่วงอายุ คือ เด็กอายุ 1-3 ปี ควรได้รับปริมาณแคลเซียม 500 มิลลิกรัม อายุ 4-8 ปี ควรได้รับปริมาณแคลเซียม 800 มิลลิกรัม อายุ 9-18 ปี ควรได้รับปริมาณแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัม โดยอาหารที่มีแคลเซียมสูง ได้แก่ อาหารประเภทนม

เช่น นมจืด 1 กล่อง (200 มิลลิกรัม) มีแคลเซียม 226 มิลลิกรัม นมพร่องมันเนย 1 กล่อง (200 มิลลิกรัม) มีแคลเซียม 246 มิลลิกรัม โยเกิร์ต 1 ถ้วย (150 กรัม) มีแคลเซียม 160 มิลลิกรัม นมเปรี้ยว 1 ถ้วย (180 มิลลิลิตร) มีแคลเซียม 106 มิลลิกรัม

อาหารประเภทเนื้อสัตว์ เช่น ปลาตัวเล็กตัวน้อย (2 ช้อนกินข้าว) มีแคลเซียม 226 มิลลิกรัม ปลาซาร์ดีนกระป๋อง (2ช้อนกินข้าว) มีแคลเซียม 226 มิลลิกรัม อาหารประเภทผัก เช่น ผักคะน้า (1 ทัพพี) มีแคลเซียม 71 มิลลิกรัม ผักกาดเขียว (1 ทัพพี) มีแคลเซียม 96 มิลลิกรัม ผักกวางตุ้ง (1 ทัพพี) มีแคลเซียม 60 มิลลิกรัม

“ทั้งนี้ หากร่างกายขาดแคลเซียมจะทำให้กระดูกไม่แข็งแรง หักง่าย เป็นตะคริว มือจับเกร็ง กล้ามเนื้อกระตุกและหัวใจเต้นผิดปกติ จึงควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย เล่นกีฬาประเภทที่สามารถช่วยเพิ่มความสูงและความแข็งแรงของกระดูกได้ เช่น บาสเกตบอล วอลเลย์บอล

หรือออกกำลังกายรูปแบบต่างๆ เป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วันๆ ละ 30 นาที นอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน และที่สำคัญการกินอาหารอย่างเดียวโดยไม่ออกกำลังกายไม่ทำให้สูง แต่จะทำให้อ้วนแทน

หรือออกกำลังกายอย่างเดียวโดยกินอาหารไม่เพียงพอก็จะทำให้ผอมและไม่สูง ดังนั้น การกินอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายอย่างเพียงพอจะส่งผลให้ ร่างกายสุขภาพดีและมีส่วนช่วยให้สูงด้วย” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

 

ขอบคุณ ผู้จัดการออนไลน์

 

น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็น

ใหม่! น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็น ปราศจากสารเคมีและความร้อนในการสกัด ทำให้สารอาหารที่สำคัญคงอยู่อย่างครบถ้วน ผลิตจากธรรมชาติ 100% ไม่มีผลข้างเคียง รับประทานได้ทุกเพศทุกวัย คนรักสุขภาพหรือห่วงสุขภาพของคนที่คุณรักไม่ควรพลาด

ประกอบไปด้วยกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายต้องการเช่น โอเลอิค แอซิด, ไลโนเลอิค เอซิด วิตามินอีจากธรรมชาติ และแกมม่าโอลิไซนอล ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ หลอดเลือดตีบตัน ปัญหาคอลเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ที่สูงเกินปกติ

ส่วนสาวๆที่ห่วงผิวพรรณ ในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็นนั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้ผลดีกว่า Vitamin E ถึง 6 เท่า ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ต้านอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ความหมองคล้ำของผิวและความเสื่อมของผิวพรรณเรา

ประโยชน์ที่จะได้รับจาก Image Tree Gamma1 น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็น
- ลดปัญหาของกรดไขมันอิ่มตัวส่วนเกินในร่างกาย
- ลดปัญหาการเกิดโรคหัวใจและโรคที่เกิดจากหลอดเลือดตีบตัน
- บำรุงร่างกายและบำรุงสมอง
- ชะลอและลดปัญหาการเกิดโรคมะเร็ง
- ช่วยบำรุงผิวพรรณ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกาย
- ช่วยเสริมความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย
- บำรุงดวงตาและสายตา
- ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและชะลอความเสื่อมของร่างกาย
- ช่วยให้พักผ่อนนอนหลับสนิท ลดความเครียด

ได้รับการรับรองจาก อย. 11-1-10249-1-0147

INBOX มาได้เลยจ้า ส่งฟรี ems ทั่วไทย —>https://www.facebook.com/messages/imagetreethailand

Trans fats ไขมันอันตราย

Trans fats ไขมันอันตราย

17032009030856

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักไขมันโดยรวมกันก่อนนะคะ

ไขมันแบ่งได้เป็นสองประเภทหลัก ๆ คือ ไขมันชนิดอิ่มตัวและชนิดไม่อิ่มตัว ตัวอย่างของไขมันชนิดอิ่มตัวได้แก่ เนย ไขมันสัตว์ น้ำมันมะพร้าว และน้ำมันปาล์ม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นก้อนเกาะตัวกัน หรือเป็นไขที่อุณหภูมิปกติ สำหรับไขมันชนิดไม่อิ่มตัวนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิปกติและยังแบ่งย่อยได้อีกสองประเภท คือ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated) เช่น น้ำมันมะกอก และน้ำมันจากถั่ว ส่วนไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated) นั้นเช่น น้ำมันคาโนล่าและน้ำมันดอกคำฝอย

ไขมันชนิดอิ่มตัวส่วนใหญ่มาจากสัตว์ เช่น เนื้อ นม เนย ไข่ อาหารทะเล และพืชบางชนิด เช่น มะพร้าวและน้ำมันปาล์ม ซึ่งมีผลให้ผู้รับประทานมีระดับคอเลสเตอรอลสูง โดยเฉพาะคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) และไขมันชนิดที่ ถูกโจษจันในวงการอาหารที่อเมริกา คือ Trans fats นี่เอง เป็นไขมันที่ทำจากไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเพื่อให้เป็นไขมันที่คงตัวในอาหารสำเร็จรูป สามารถเก็บไว้ได้นาน ๆ ชื่อที่เราเห็นบ่อย ๆ บนฉลากอาหารก็คือHydrogenated oil หรือ Partially Hydrogenated oil

ไขมันชนิด Trans fats นี้เป็นอันตรายกับร่างกายเป็นที่สุดเพราะเป็นไขมันที่เกิดจากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่จากธรรมชาติ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ เนยแท่ง มาร์การีน หรือเนยถั่วพีนัทบัตเตอร์ ซึ่งเริ่มต้นก็ดีอยู่หรอก ทำมาจากส่วนผสมธรรมชาติเป็นไขมันชนิดไม่อิ่มตัว

แต่ทราบมั้ยคะในกระบวนการทำอาหารสำเร็จรูปให้เป็นไขมันคงตัวมันถูกดึงเอาไขมันที่ร่างกายต้องการออกไปหมดแล้ว และถูกอัดด้วยโมเลกุลของไฮโดรเจนเพื่อให้แข็งตัวเป็นก้อน กระบวนการนี้แหละที่ทำให้ไขมันไม่อิ่มตัวกลับกลายเป็นไขมันอิ่มตัวอย่างเต็มขั้นและเต็มไปด้วยอันตรายกับสุขภาพ

อาหารสำเร็จรูปแทบทุกชนิดล้วนแล้วแต่มี Trans fats เป็นส่วนประกอบสำคัญ สินค้าบางชนิดก็ระบุอย่างชัดเจนตรงไปตรงมากับผู้บริโภคในขณะที่บางชนิดก็เล่นเกมซ่อนแอบอย่างแยบยล ผู้บริโภคต้องอ่านฉลากและเลือกซื้ออย่างฉลาดนะคะ อย่างเช่นหลังจากอ่านฉลากเนยถั่วพีนัทบัตเตอร์แล้วว่าไม่มี Trans fats ก็ควรจะดูเนื้อของเนยถั่วด้วยนะคะว่ามีลักษณะเป็นน้ำมันเยิ้ม ๆ ไม่แข็งตัว อาจแยกชั้นกับเนื้อถั่วก็ได้ ไม่ได้หมายความว่าเสียแต่คอนเฟิร์มว่าไม่มี Trans fats เป็นส่วนประกอบค่ะ อ้อ ที่สำคัญกลิ่นต้องหอมไม่เหม็นหืนด้วยนะคะ.

 

ขอบคุณข้อมูลจาก “ชลิดา เถาว์ชาลี ตันติพิภพ” หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 

 

น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็น

 

ใหม่! น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็น ปราศจากสารเคมีและความร้อนในการสกัด ทำให้สารอาหารที่สำคัญคงอยู่อย่างครบถ้วน ผลิตจากธรรมชาติ 100% ไม่มีผลข้างเคียง รับประทานได้ทุกเพศทุกวัย คนรักสุขภาพหรือห่วงสุขภาพของคนที่คุณรักไม่ควรพลาด

ประกอบไปด้วยกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายต้องการเช่น โอเลอิค แอซิด, ไลโนเลอิค เอซิด วิตามินอีจากธรรมชาติ และแกมม่าโอลิไซนอล ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ หลอดเลือดตีบตัน ปัญหาคอลเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ที่สูงเกินปกติ

ส่วนสาวๆที่ห่วงผิวพรรณ ในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็นนั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้ผลดีกว่า Vitamin E ถึง 6 เท่า ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ต้านอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ความหมองคล้ำของผิวและความเสื่อมของผิวพรรณเรา

ประโยชน์ที่จะได้รับจาก Image Tree Gamma1 น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดเย็น
- ลดปัญหาของกรดไขมันอิ่มตัวส่วนเกินในร่างกาย
- ลดปัญหาการเกิดโรคหัวใจและโรคที่เกิดจากหลอดเลือดตีบตัน
- บำรุงร่างกายและบำรุงสมอง
- ชะลอและลดปัญหาการเกิดโรคมะเร็ง
- ช่วยบำรุงผิวพรรณ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกาย
- ช่วยเสริมความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย
- บำรุงดวงตาและสายตา
- ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและชะลอความเสื่อมของร่างกาย
- ช่วยให้พักผ่อนนอนหลับสนิท ลดความเครียด

ได้รับการรับรองจาก อย. 11-1-10249-1-0147

INBOX มาได้เลยจ้า ส่งฟรี ems ทั่วไทย —>https://www.facebook.com/messages/imagetreethailand

วัยชราเสี่ยงฤดูหนาว แนะรับมือป้องกันโรค

วัยชราเสี่ยงฤดูหนาว แนะรับมือป้องกันโรค

 

ช่วงฤดูหนาว ซึ่งทั่วประเทศของไทยอากาศค่อนข้างจะหนาวเย็นกว่าทุกปี

นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ บอกว่า อุณหภูมิที่ลดลงต่อเนื่องช่วงฤดูหนาวนี้ ประกอบกับมีลมพัดแรง ทำให้อากาศหนาวเย็นลงมาก จึงขอแนะนำให้ประชาชนดูแลสุขภาพตนเองโดยเฉพาะ ผู้สูงอายุ เพราะอุณหภูมิของอากาศที่หนาวเย็นจะส่งผลต่อร่างกาย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ

การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคทางเดินหายใจ เช่น โรคไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบติดเชื้อได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในฝูงชน หรือสถานที่แออัด

 

นอกจากนั้นยังพบปัญหาเรื่องผิวหนัง เนื่องจากผู้สูงอายุมีไขมันใต้ผิวหนังน้อย จึงมีแนวโน้มที่ผิวหนังจะสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย ควรทาโลชั่นหลังอาบน้ำทุกครั้ง เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนัง

สำหรับผู้สูงอายุบางราย ที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบไหลเวียนเลือด เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมอง ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เนื่องจากการรับประทานอาหารดังกล่าวจะทำให้หัวใจทำงานหนักเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ยังพบปัญหาโรคปวดข้อ ซึ่งอากาศหนาวจะกระตุ้นให้โรคข้ออักเสบ เช่น โรคเกาต์ มีอาการรุนแรงขึ้นได้ จึงควรรักษาความอบอุ่นให้ร่างกายอยู่เสมอ

 

ผู้สูงอายุควรดูแลสุขภาพในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น ดังนี้

ควรเลือกรับประทานอาหารที่ให้ความอบอุ่นร่างกาย แต่ให้ปริมาณไขมันที่ไม่สูงเกินไป ได้แก่ อาหารประเภทที่มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อปลา สัตว์ปีก และเนื้อไม่ติดมัน เพราะร่างกายสามารถย่อยได้ง่าย

นอกจากนี้ควรรับประทานผลไม้สด เช่น กล้วยน้ำว้า ส้ม มะละกอ ฝรั่ง แก้วมังกร แอปเปิ้ล มากกว่าการดื่มน้ำผลไม้ เพราะจะให้เส้นใยอาหารมากกว่า และธัญพืชที่มีกากใยอาหารสูง ได้แก่ พืชตระกูลถั่ว ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวมันปู

สมุนไพรไทยที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น ขิง พริก พริกไทย กระเทียม เหล่านี้ล้วนเป็นอาหารที่มีรสจัดช่วยทำให้เลือดมีการไหลเวียนดีขึ้น

ที่สำคัญผู้สูงอายุควรดูแลรักษาให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ สวมใส่เสื้อผ้าที่มีความหนาเพียงพอ มีกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกาย ดื่มน้ำอุ่น วันละ 6-8 แก้ว นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7 ชั่วโมงขึ้นไป

ในช่วงเวลากลางคืนต้องห่มผ้าเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และควรปรึกษาแพทย์ประจำตัว เมื่อรู้สึกว่าตนเองมีความผิดปกติของร่างกาย นอกจากนี้การดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด การให้ความรักของคนในครอบครัว บุตรหลาน จะช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตแจ่มใส ร่างกายแข็งแรงตามไปด้วย

 

 

ขอบคุณ ข่าวสดออนไลน์

 

 

5 วิธีดูแลตัวเองของคนนอนดึก

5 วิธีดูแลตัวเองของคนนอนดึก

ขอบคุณรูปภาพจาก livestrong.com

ขอบคุณรูปภาพจาก livestrong.com

หลายคนที่นอนดึกเป็นประจำอาจจะตั้งกฎกับตัวเองว่า ต่อไปนี้ฉันจะนอนให้เร็วขึ้นเพื่อสุขภาพที่ดี แต่ถ้าทำไมได้ล่ะ เราจะทำอย่างไรดี ปล่อยเลยตามเลยคงไม่ดีแน่

อันที่จริงแล้ว การนอนดึกไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่นอน เพราะการนอนของคนเราก็ไม่ต่างอะไรกับการชาร์จแบตฯ ให้ร่างกาย (ก็แหม…โทรศัพท์ยังต้องชาร์จไฟและคนเราจะไม่ชาร์จไฟให้ร่างกายบ้างเลยเหรอ) เราเลยมีวิธีการดูแลตัวเองสั้น ๆ ง่าย ๆ สำหรับคนที่ต้องนอนดึกเป็นประจำมาฝากกัน

1. ง่วงก็นอนเลย

ทันทีที่ร่างกายรู้สึกง่วง แต่อยากจะเล่นเฟซต่อ ขอร้องว่าอย่าฝืน แนะนำว่าให้นอนเลย ที่สำคัญควรจะนอนให้ได้อย่างน้อย 4 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน เพราะเป็นจำนวนเวลาที่ร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างพอเหมาะ

2. ออกกำลังกายเล็ก ๆ เมื่อตื่น

บางคนตื่นปุ๊บหยิบมือถือมาเช็กเฟซบุ๊กก่อนเลย ใจเย็น ๆ ออกกำลังกายเบา ๆ กันก่อนไหม เหมือนวอร์มอัพร่างกายให้ตื่นตัว แต่อย่าถึงขั้นวิ่ง 100 เมตร หรือฟิตเนสจริงจัง แค่ลุกนั่งหรือวิดพื้นนิดหน่อยเป็นพอ แล้ววันนั้นทั้งวันคุณจะสดชื่นกว่าที่เคย

3. กินอาหารที่มีประโยชน์

ยิ่งนอนดึกยิ่งทำให้สมองล้า เรายิ่งต้องกินอาหารที่บำรุงสมอง อย่างอาหารที่มีโคลีน (Choline) ช่วยป้องกันความจำเสื่อม พบได้ง่ายในถั่วเหลือง ไข่แดง และเนื้อสีขาว เช่น เต้าหู้ เนื้อปลา อกไก่ และไข่ขาว ซึ่งช่วยสร้าง “เคมีสมอง” ที่จำเป็นสำหรับคนที่นอนดึก ส่วนไข่แดงมีไบโอติน (Biotin) ที่ช่วยบำรุงสมอง และกาบ้า (GABA) ที่ช่วยให้สมองทำงานได้ดี มีอยู่ในข้าวกล้องงอกและธัญพืช รวมถึงวิตามินบีที่ช่วยกระตุ้นระบบประสาทและสมองให้ตื่นตัว ที่สำคัญคือดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ เพราะการนอนดึกทำให้สมองขาดน้ำ ซึ่งสมองเป็นส่วนที่้ต้องการน้ำไปหล่อเลี้ยงมากที่สุด

4. งดการแฟ

สมมติว่างานไม่เสร็จ อย่าแก้ปัญหาด้วยการดื่มกาแฟ แต่ให้ดื่มดาร์กช็อกโกแลตหรือโกโก้แทน เพราะในโกโก้มี “ฟลาโวนอยด์” (Flavoniod) สารช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลไปเลี้ยงสมองด้ดี และไม่มีคาเฟอีน

5. กินวิตามินแก้เครียด

ยามเราอดนอนระดับฮอร์โมนจากต่อมไพเนียล (Pineal Gland) จะทำงานไม่ปกติ ทำให้เกิดความเครียดแบบลึก ๆ ต่อให้เป็นคนตลกแค่ไหน แต่ร่างกายมันก็เครียด จึงควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินบีและวิตามินซี ถ้าตื่นเช้ามากินข้าวกล้อง กินผัก ผลไม้ ดื่มน้ำผลไม้คั้นสด ๆ ได้ทุกวันยิ่งดี

ทั้ง 5 วิธีนี้คือการดูแลตัวเองง่าย ๆ ถ้าจำเป็นต้องนอนดึกจริง ๆ ทางที่ดีคือเราควรนอนอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ปลอดโรคภัย และลดความเสื่อมของร่างกายจะได้แข็งแรงไปนาน

ขอบคุณข้อมูลจาก kapook.com

 

ผิวขาว

 

Image Tree Gluta&C Complex 850​ ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็น 3 ชนิดที่ช่วยล้างพิษตับได้คือ

Detoxitication : กรดอะมิโนที่จำเป็น 3 ชนิด จะช่วยสร้างเอนไซม์ชนิดต่างๆในร่างกาย โดยเฉพาะที่ตับ ช่วยในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายโดยไปเปลี่ยนสารพิษ ชนิดไม่ละลายน้ำ(ละลายในน้ำมัน) เช่น พวกโลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลง แม้แต่ยาบางชนิด ให้เป็นสารที่ไม่อันตราย และละลายน้ำได้ดีขึ้น แล้วขับออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันตับจากการถูกทำลายโดยแอลกอฮอล์การสะสมของ Acetaldehyde (ทำให้เกิดอาการเมาค้าง) บุหรี่ และยา