ระวัง! ยาทาให้ผิวขาว อันตราย-ขาลาย

ขอบคุณรูปภาพจาก dailyglow.com

ขอบคุณรูปภาพจาก dailyglow.com

อย.เตือนภัยครีมผิวขาว หลังพบวัยรุ่นเพชรบุรีมีผลข้างเคียงเกิดจ้ำเลือดจนน่องลาย พบทั้ง สเตียรอยด์และสารต้องห้ามเพียบ บางชนิดมีส่วนผสมยาอันตราย ใช้แล้วแพ้ผื่นคัน เผยพบในครีมกระปุกแบ่งขาย ผสมเอง และบนฉลากภาษาจีนที่วางขายตามตลาดนัด ร้านเสริมสวยและอินเตอร์เน็ต กำลังฮิตในหมู่วัยรุ่นขนาดผิวคล้ำแต่เกิดยังซื้อใช้ หวังให้ผิวขาวมีออร่า

เมื่อวันที่ 5 ม.ค. นายประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ขณะนี้วัยรุ่นและนักศึกษาไทยมีค่านิยมอยากมีผิวขาวใสหรือที่เรียกว่าผิวมีออร่า จนทำให้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ทำให้ผิวขาวได้รับความนิยม มีการโฆษณา ชวนเชื่อและจำหน่ายทางอินเตอร์เน็ต หรือบอกปากต่อปากในกลุ่มเพื่อนและคนใกล้ชิด ทำให้อยากลองใช้แม้ตัวเองจะมีผิวคล้ำมาแต่กำเนิดก็ตาม ซึ่งเกิดความเสี่ยงได้รับผลข้างเคียงจากเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐาน

นายประพนธ์กล่าวว่า จากการสำรวจท้องตลาดขณะนี้พบผลิตภัณฑ์ใหม่กำลังได้รับความนิยม เช่น ครีมกระปุกหรือครีมที่ขายเป็นกิโลกรัมและแบ่งขายเป็นกระปุกหรือเป็นขวดที่ไม่มีฉลาก โดยจ.เพชรบุรีได้รับรายงานว่ากลุ่มวัยรุ่นอายุ 16-18 ปี มีอาการแพ้ ผิวหนังมีผื่นคันและแตกเป็นลายที่บริเวณขา ซึ่งเกิดจากการใช้เครื่องสำอาง นักเรียนให้ข้อมูลว่าส่วนใหญ่ซื้อครีมจากร้านค้าแผงลอยในตลาดนัด รองลงมาคือร้านจำหน่ายเครื่องสำอางที่น่าเชื่อถือ ร้านเสริมสวย ร้านชำทั่วไป สั่งซื้อจากอินเตอร์เน็ต และซื้อจากเพื่อนและญาติ โดยกลุ่มวัยรุ่นใช้ครีมดังกล่าวทาผิววันละ 2-3 ครั้ง นาน 6 เดือนถึง 2 ปี จนเกิดอาการที่กล่าวมาข้างต้น

น.ส.จารุวรรณ ลิ้มสัจจะสกุล ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 5 สมุทรสงคราม กล่าวว่า ทางศูนย์และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี ติดตามคุ้มครองผู้บริโภคมากว่า 1 ปี โดยเก็บตัวอย่างครีม โลชั่นทาผิว 11 ตัวอย่างที่วางขายในจ.เพชรบุรี ประกอบด้วยครีม 4 ประเภท ได้แก่ 1.ครีมผสมเองแบ่งขายใส่กระปุกที่ไม่มีฉลาก 2.ครีมที่ผสมเองแบ่งขายใส่กระปุกที่มีฉลากแต่ไม่ได้จดแจ้ง 3.ครีมที่มีฉลากภาษาจีน และ 4.ครีมที่มีฉลากภาษาจีนซึ่งเป็นยาใช้ภายนอก ผลตรวจวิเคราะห์พบสารสเตียรอยด์ชนิดโคลเบทาซอล โพรพิโอเนต (Clobetasol propionate) ในครีมทั้ง 11 ตัวอย่าง ปริมาณ 8.0-449.8 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นส่วนผสมที่สูงมาก นอกจากนี้ยังตรวจพบสารคีโตโคนาโซล (Ketoconazole) ซึ่งจัดเป็นยาในทุกตัวอย่าง และบางตัวอย่างตรวจพบการใส่วัตถุกันเสีย 2 ชนิด คือ เมทิลพาราเบน (Methylparaben) และโพรพิลพราราเบน (Propylparaben) ด้วย

น.ส.จารุวรรณกล่าวว่า สารโคลเบทาซอล โพรพิโอเนต เป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอางตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องกำหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง สารดังกล่าวเป็นยาสเตียรอยด์ใช้ทาภายนอกร่างกายที่มีความแรงสูงสุด ใช้รักษาผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน โรคผื่นผิวหนังที่ดื้อยาสเตียรอยด์ชนิดรุนแรงปานกลาง หรือใช้ในบริเวณผิวหนังที่หนา เช่น ขาหรือส้นเท้า สารชนิดนี้เมื่อใช้ไปนานๆ จะทำให้ผิวหนังบางลง เกิดจ้ำเลือดง่าย หรือมีรอยแตกที่ผิวหนัง เป็นต้น เบื้องต้นพบว่าครีมดังกล่าวมาจากประเทศจีน มักขายตามแนวชายแดน มีฉลากภาษาจีนเป็นยาใช้ภายนอก ข้างกล่องจะมีตัวย่อ OTC (Over the Counter drug) หมายถึงกลุ่มยาที่ประชาชนสามารถเลือกซื้อใช้ได้เองจากร้านขายยาและร้านค้าทั่วไปในประเทศจีน แต่ในไทยจัดเป็นยาอันตราย ต้องซื้อจากร้านขายยาที่มีเภสัชกรแผนปัจจุบันประจำอยู่เท่านั้น

น.ส.จารุวรรณกล่าวว่า ปี 2557 ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 5 สมุทรสงคราม ร่วมกับกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในเครือข่ายทั้ง 8 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครปฐม และสุพรรณบุรี เฝ้าระวังการใช้เครื่องสำอางอันตรายที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเก็บตัวอย่างตรวจวิเคราะห์อย่างต่อเนื่องเพื่อกวาดล้างเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐานจากท้องตลาด เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารความรู้ต่างๆ จากการใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมสารอันตรายหรือสารต้องห้ามเพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ และตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ผู้ประกอบการผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอางจะต้องไปจดแจ้งกับ อย. ก่อนวางขายในท้องตลาด เมื่อจดแจ้งแล้วผลิตภัณฑ์นั้นจะได้เลขที่ใบรับแจ้ง 10 หลัก โดยจะต้องแสดงเลขที่ใบรับแจ้งดังกล่าวไว้บนฉลากของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ด้วย ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ก่อนตัดสินใจซื้อจากเว็บไซต์www.fda.moph.go.th หรือจาก Oryor Smart Application หรือสอบถามที่ อย. โทร.0-2590-7441 หรือ 0-2590-7273-4

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 7 ว่าด้วยการกำหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง ปรับปรุงจากประกาศฉบับเดิมให้มีความทันสมัยตามข้อเสนอของคณะกรรมการควบคุมเครื่องสำอาง และเพื่อการรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งรมว.สาธารณสุขลงนามแล้วตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค. 2556 และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2556 มีผลบังคับใช้หลังจากครบ 180 วันนับตั้งแต่วันที่ลงในราชกิจจานุเบกษา คือวันที่ 15 มี.ค.2557 เป็นต้นไป

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

 

ผิวขาว

 

Image Tree Gluta&C Complex 850​ ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็น 3 ชนิดที่ช่วยล้างพิษตับได้คือ

Detoxitication : กรดอะมิโนที่จำเป็น 3 ชนิด จะช่วยสร้างเอนไซม์ชนิดต่างๆในร่างกาย โดยเฉพาะที่ตับ ช่วยในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายโดยไปเปลี่ยนสารพิษ ชนิดไม่ละลายน้ำ(ละลายในน้ำมัน) เช่น พวกโลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลง แม้แต่ยาบางชนิด ให้เป็นสารที่ไม่อันตราย และละลายน้ำได้ดีขึ้น แล้วขับออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันตับจากการถูกทำลายโดยแอลกอฮอล์การสะสมของ Acetaldehyde (ทำให้เกิดอาการเมาค้าง) บุหรี่ และยา

ผื่นภูมิแพ้เพราะอากาศเปลี่ยนแก้ไขได้

ผื่นภูมิแพ้เพราะอากาศเปลี่ยนแก้ไขได้

ผื่นภูมิแพ้เพราะอากาศเปลี่ยนแก้ไขได้

ขอบคุณรูปภาพจาก buzzle.com

ขอบคุณรูปภาพจาก buzzle.com

ใครมีอาการผื่นภูมิแพ้ชวนรำคาญไม่ต้องแปลกใจค่ะ เพราะผิวหนังในช่วงนี้ของเราต้องเจอกับอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทั้งแดดร้อนๆ ความเปียกชื้นบวกกับความเย็นที่เริ่มมาต้องผิวแล้วนั่นเอง ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคให้คำแนะนำในการดูแลผิวหนังเพื่อรับมือกับทุกสภาพอาการไว้ดังนี้ค่ะ

  • ควรอาบน้ำในอุณหภูมิปกติ อุ่นได้นิดหน่อย ควรระวังอย่าให้เป็นน้ำที่อุ่นจัดหรือร้อนเกินไปจะทำให้ผิวแห้ง เมื่อผิวแห้งจะทำให้เกิดอาการคันหรือผิวหนังอักเสบได้ง่ายมากขึ้น

  • ควรใช้สบู่ที่มีค่า pH เป็นกลางซึ่งเหมาะกับผิวของคนที่เป็นภูมิแพ้มากที่สุด ไม่ควรใช้สบู่ที่เป็นด่างมากเกินไป ที่สำคัญคือไม่ควรฟอกสบู่หรือแช่น้ำนานๆเพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้ง

  • หลังอาบน้ำควรทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำ เพราะขณะอาบน้ำผิวจะสูญเสียไขมันที่เคลือบเซลล์ผิว การทาครีมบำรุงเป็นประจำจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวได้ การไม่ปล่อยให้ผิวแห้งโอกาสที่ผื่นแพ้จะกำเริบก็มีน้อย

  • ลง แต่หากมีผื่นแพ้แดงคันขึ้นมาก็สามารถกินยาทายาได้ แล้วถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์โดยเร็วค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก ขวัญเรือน

 

 

 

 

ผิวขาว

Image Tree Gluta&C Complex 850​ ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็น 3 ชนิดที่ช่วยล้างพิษตับได้คือ

Detoxitication : กรดอะมิโนที่จำเป็น 3 ชนิด จะช่วยสร้างเอนไซม์ชนิดต่างๆในร่างกาย โดยเฉพาะที่ตับ ช่วยในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายโดยไปเปลี่ยนสารพิษ ชนิดไม่ละลายน้ำ(ละลายในน้ำมัน) เช่น พวกโลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลง แม้แต่ยาบางชนิด ให้เป็นสารที่ไม่อันตราย และละลายน้ำได้ดีขึ้น แล้วขับออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันตับจากการถูกทำลายโดยแอลกอฮอล์การสะสมของ Acetaldehyde (ทำให้เกิดอาการเมาค้าง) บุหรี่ และยา

อยากให้ผิวสุขภาพดีต้องทำอย่างไร

อยากให้ผิวสุขภาพดีต้องทำอย่างไร

ขอบคุณรูปภาพจาก besskincare.com

ขอบคุณรูปภาพจาก besskincare.com

อะไรควรทำ อะไรต้องห้าม ถ้าอยากผิวสุขภาพ ดีตลอดกาล

ผิวสุขภาพดี ย่อมเป็นที่ปราถนา และผู้หญิง เราก็อยากมีผิวที่สุขภาพดี แต่จะมีการดูแลผิวยังไงให้ผิวใสสุขภาพดีได้

หัวใจสำคัญของการดูแลผิว ที่ช่วยคงความสาวและความสวยของผิวคุณให้อยู่กับคุณไปนานๆ ถ้าคุณมี…

ผิวมัน

ควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีกรด Salicylic ล้างหน้าวันละสองครั้ง หรือใช้มาสก์สัปดาห์ละครั้งก็พอช่วยได้เหมือนกัน
อย่าใช้โทนเนอร์ที่มีเบสเป็นแอลกอฮอล์ เพราะทำให้ระคายเคืองผิวและมีแต่จะกระตุ้นให้ผิวผลิตน้ำมันออกมามากกว่าเดิม

ผิวแห้ง

ควรล้างหน้าด้วยสบู่ล้างหน้าสูตรอ่อนโยนที่ไม่มีฟอง แล้วตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์
อย่าใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่เนื้อเข้มข้นเกินไป แพทย์ผิวหนังจากแอลเอ เจสสิก้า วู กล่าวว่า มันจะอุดตันในรูขุมขนของคุณและก่อให้เกิดสิว ทำให้ปัญหาผิวแย่ลงอีก

จุดด่างดำและรอยแดง

ควรใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมจากถั่วเหลือง
อย่าหยุดใช้ครีมกันแดด “ไม่ว่าคุณจะใช้ผลิตภัณฑ์ปรับผิวขาวมากแค่ไหน หากคุณเผชิญแดดโดยที่ไร้ SPF คุณก็มีแต่จะแพ้สงครามกับแสงแดด” แพทย์ผิวหนังจากนิวยอร์ค เอเรีบล เคาวาร์ กล่าว

รูขุมขนกว้าง

ควรใช้ทรีทเมนต์ที่มีเรตินอลในตอนกลางคืน “มันจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกจากรูขุม
ขนคุณ ทำให้ช่วยลวงตาเหมือนกับว่ารูขุมขนนั้นมีขนาดเล็กลง” แพทย์ผิวหนังจาก NYC ไฮดี้ เอ วาลดอร์ฟ กล่าว ควรจัดให้ครีมนี้รวมอยู่ในผลิตภัณฑ์กระชับรูขุมขนที่คุณใช้ประจำ
อย่าเข้าใจผิดว่ารูขุมขนกว้างคือสิวเสี้ยนและบีบมันออกล่ะ เพราะจะยิ่งขยายให้มันกว้างขึ้นกว่าเดิมไปอีกระยะหนึ่งเลย
ที่มา…Lisaguru

 

Gluta_banner125x125

 

Image Tree Gluta&C Complex 850​ ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็น 3 ชนิดที่ช่วยล้างพิษตับได้คือ

Detoxitication : กรดอะมิโนที่จำเป็น 3 ชนิด จะช่วยสร้างเอนไซม์ชนิดต่างๆในร่างกาย โดยเฉพาะที่ตับ ช่วยในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายโดยไปเปลี่ยนสารพิษ ชนิดไม่ละลายน้ำ(ละลายในน้ำมัน) เช่น พวกโลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลง แม้แต่ยาบางชนิด ให้เป็นสารที่ไม่อันตราย และละลายน้ำได้ดีขึ้น แล้วขับออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันตับจากการถูกทำลายโดยแอลกอฮอล์การสะสมของ Acetaldehyde (ทำให้เกิดอาการเมาค้าง) บุหรี่ และยา

วิธีง่ายๆในการดูแลเล็บ

ขอบคุณรูปภาพจาก dailyglow.com

ขอบคุณรูปภาพจาก dailyglow.com

 

การดูแลเล็บ

การทำให้เล็บสวยขึ้นและสุขภาพ เล็บดี มีขั้นตอนข้างล่างนี้เป็นสิ่งที่ควรจะต้องทำเป็นประจำทุกๆ สัปดาห์ที่สาวๆ สามารถจัดการดูแลเองได้ เรามาดูกันว่าจะต้องทำอะไรบ้าง

1. การที่จะมีเล็บสวยได้ เล็บจะต้องแข็งแรงเสียก่อน นั่นคือต้องดูแลให้เล็บได้รับสารอาหารที่ครบครันเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินต่างๆ, แร่ธาตุที่ครบถ้วน และสารอาหารที่เป็นโภชนาการที่ดีทั้งปวง

2. จัดการล้างทำความสะอาดเล็บ โดยการเช็ดน้ำยาทาเล็บ น้ำยาเคลือบเล็บออกก่อน ใช้สำลีพันปลายไม้จุ่มน้ำยาล้างเล็บ แล้วแปะลงบนเล็บทิ้งไว้สักสองสามวินาทีเพื่อทำให้น้ำยาทาเล็บอ่อนตัวลง จากนั้นก็ถูสำลีจากโคนไปทางปลายเล็บ ทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสะอาด

3. ตัดแต่งเล็บด้วยกรรไกรและตะไบแต่งเล็บ (บางทีเป็นคล้ายๆ กระดาษทราย) ฝนเล็บจากส่วนมุมไปยังตรงกลางทางเดียว อย่าถูกลับไปกลับมาเพราะจะทำให้เกิดสันขอบคมได้ หรือบางทีถึงกับเล็บแตกเลยก็ได้

4. ล้างมือและเล็บด้วยน้ำสบู่อุ่นๆ สักสองสามนาทีเพื่อทำความสะอาดเศษผงเล็บและสิ่งสกปรกอื่นๆ แล้วทำความสะอาดด้านล่างของปลายเล็บด้วยไม้ปลายแหลม (อย่าให้แหลมมากนะคะ เดี๋ยวจะบาดได้ ประมาณไม้จิ้มฟันเล็กๆ ที่ปลายทู่ๆ หน่อยกำลังดี) หรือถ้าใช้ไม้พิเศษสำหรับการนี้ก็จะดีมากค่ะ

5. อย่าร่น ดัน ตัด ส่วนของผิวหนังที่งอกจากนิ้วมาปกคลุมที่ฐานของเล็บ (ส่วนนี้เรียกว่า Cuticles) ให้ปล่อยไว้อย่างนั้นจะดีกว่า การไปตัดหรือดันหนังส่วนนี้กลับเข้าไป เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อของเนื้อเยื่อเล็บได้ง่ายขึ้น

6. จัดการทาน้ำยาเคลือบเล็บให้เรียบร้อย สาวๆ ไม่ต้องไปพยายามทาน้ำยาพวกนี้หลายตัวหลายชั้นหรอกค่ะ เพราะว่าหน้าที่มันก็เหมือนๆ กัน ไม่ได้ทำอะไรต่างกันนักหนา หลังจากที่ทาน้ำยาเคลือบชั้นแรกแล้ว ก็จัดการทายาทาเล็บสีที่ชอบใจได้แล้วปล่อยให้แห้ง สาวๆ อาจจะทาน้ำยาเคลือบชนิดใสที่ชั้นบนสุดอีกสักรอบก็ได้ เป็นการทำให้เล็บแข็งแรงขึ้นอีกเล็กน้อยได้
7. ขั้นตอนสุดท้ายคือทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้น เพื่อทำให้ทั้งมือ เล็บ และหนังส่วนที่งอกจากนิ้วมาคลุมฐานเล็บ (Cuticles) เพื่อป้องกันเล็บแตกค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับการดูแลเล็บ อาจจะดูว่ามีขั้นตอนมากมาย แต่หากสาวๆ ได้ทำเป็นประจำทุกๆ สัปดาห์อย่างที่แนะนำแล้ว การดูแลเล็บจะเป็นไปอย่างอัตโนมัติไม่ได้จุกจิกอะไรมากนัก และที่สำคัญจะทำให้สาวๆ มีสุขภาพ เล็บที่ดี เล็บไม่เจ็บป่วย เล็บไม่ติดเชื้อ ที่สำคัญก็คือมีเล็บที่สวยงามด้วยล่ะค่ะ

ที่มา…Womanandkid

ผิวขาว

 

Image Tree Gluta&C Complex 850​ ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็น 3 ชนิดที่ช่วยล้างพิษตับได้คือ

Detoxitication : กรดอะมิโนที่จำเป็น 3 ชนิด จะช่วยสร้างเอนไซม์ชนิดต่างๆในร่างกาย โดยเฉพาะที่ตับ ช่วยในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายโดยไปเปลี่ยนสารพิษ ชนิดไม่ละลายน้ำ(ละลายในน้ำมัน) เช่น พวกโลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลง แม้แต่ยาบางชนิด ให้เป็นสารที่ไม่อันตราย และละลายน้ำได้ดีขึ้น แล้วขับออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันตับจากการถูกทำลายโดยแอลกอฮอล์การสะสมของ Acetaldehyde (ทำให้เกิดอาการเมาค้าง) บุหรี่ และยา

แอลกอฮอล์ในเครื่องสำอางมิตรแท้หรือตัวการทำลายผิว

กินเสริมคอลลาเจน

ขอบคุณข้อมูลจาก zsgod.com

แอลกอฮอล์ที่นำมาใช้ในเครื่องสำอางไม่ได้อยู่ในรูปของเหลวที่ใช้ฆ่าเชื้อตามตู้ยาอย่างที่เราคุ้นเคย แต่แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ กลุ่มตัวทำละลาย เรียกว่า Fatty Alcohol ได้แก่ Cetyl Alcohol, Stearyl Alcohol, Lanolin Alcohol แอลกอฮอล์ชนิดนี้มีลักษณะเหมือนกับเม็ดโฟม เนื้อคล้ายแว็กซ์ ใช้เพื่อทำละลายสารที่ไม่ละลายน้ำ แอลกอฮอล์ชนิดนี้ไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคือง มีคุณสมบัติช่วยให้เครื่องสำอางติดผิวดี ทำความสะอาดผิว ชะฟล้างสิ่งสกปรกและไขมัน มักพบในเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เช่น ครีมหรือโลชั่น ประเภท Water in oil หรือ Oil in water

ส่วนแอลกอฮอล์อีกประเภทหนึ่ง เรียกว่า กลุ่มฆ่าเชื้อ ได้แก่ Ethyl Alcohol, Isopropyl Alcohol, SD Alcohol, Alcohol Denat, Benzyl Alcohol ใช้เป็นส่วนผสมของยาทาผิว มีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย เป็นสารกันบูด นิยมผสมในเครื่องสำอางประเภทน้ำหรือของเหลว เช่น โทนเนอร์ อีมัลชั่นบำรุงผม น้ำหอม สเปรย์ แอลกอฮอล์กลุ่มนี้ทำหน้าที่ส่งสารบำรุงเข้าสู่ผิวชั้นหนังแท้ส่วนบน แต่มักทำให้ผิวระคายเคืองและแห้ง เพราะขณะที่แอลกอฮล์ระเหยจะนำน้ำออกจากผิวด้วย

เลือกแอลกอฮอล์ให้เหมาะกับผิว

ผิวแพ้ง่าย คนที่มีผิวระคายเคืองง่ายหรือกลุ่มผิวแพ้ง่ายต้องหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่ผสมแอลกอฮอล์กลุ่มฆ่าเชื้อ อาการเบื้องต้นของการแพ้คือจะรู้สึกคัน มีผดผื่นแดง หรือตุ่มน้ำ ตามความรุนแรง แนะนำให้หยุดใช้เครื่องสำอางนั้นทันที

สำหรับผิวแห้ง แนะนำให้ใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์กลุ่มตัวทำละลาย เพราะเป็นเครื่องสำอางที่ช่วยลดการสูญเสียน้ำของผิวได้

กลุ่มผิวมัน กลุ่มนี้โชคดีกว่ากลุ่มอื่น เพราะโอกาสที่จะแพ้แอลกอฮอล์มีน้อย และแอลกอฮอล์ในเครื่องสำอางจะช่วยให้ความมันบนใบหน้าลดลง ขณะที่ใช้เครื่องสำอางนั้น

กลุ่มที่เป็นสิว ต้องระวังเครื่องสำอางที่มีแอลกอฮอล์กลุ่มฆ่าเชื้อ เพราะจะกระตุ้นให้สิวอักเสบได้มากขึ้น รวมทั้ง Lanolin Alcohol ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มตัวทำละลายเพราะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิว

3 ความเข้าใจผิด เรื่องแอลกอฮอล์ในเครื่องสำอาง

Q: การใช้เครื่องสำอางที่มีแอลกอฮอล์ เช่น โทนเนอร์เป็นประจำ จะทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นหรือไม่

A: จริงๆ แล้ว รูขุมขนเกิดจากฮอร์โมนและพันธุกรรมมากกว่า แอลกอฮอล์ไม่ได้ทำให้รูขุมขนกว้าง

Q: เมื่อแอลกอฮอล์ในเครื่องสำอางระเหยจะพาน้ำออกจากผิวด้วย ยิ่งเร่งให้ผิวเหี่ยวเร็วกว่าเดิม

A: ริ้วรอยที่เกิดจากแอลกอฮอล์นั้นเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเพราะผิวแห้ง แตกต่างจากรอยเหี่ยวย่นที่มาจากอาการสูญเสียคอลลาเจน ซึ่งบรรเทาได้โดยการบำรุงผิวด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์

Q: ทำไมในเครื่องสำอางประเภทแอลกอฮอล์ฟรี คือเครื่องสำอางที่ไม่ส่วนผสมของแอลกฮอล์อยู่เลยใช่หรือไม่

A: นายแพทย์ประยูร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลผิวหนังอโศก ให้ความเห็นว่า เป็นไปได้ยากที่เครื่องสำอางจะไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เลย เพราะแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมหลัก ทำหน้าที่เป็นตัวทำละลาย อีกทั้งยังเป็นตัวนำสารเข้าสู่ผิว ในเครื่องสำอางที่โฆษณาว่า Alcohol Free มักจะหมายถึง การไม่ใช้พวกเอทิลแอลกอฮอล์แต่เลี่ยงมาใช้แอลกอฮอล์ชนิดอื่นซึ่งมีคุณภาพดี ไม่ค่อยก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น กลุ่ม Fatty หรือ SD Alcohol มากกว่า
แม้แอลกอฮอล์จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวระคายเคือง แต่หากเลือกใช้ให้เหมาะกับผิว และลดพฤติกรรมชอบลองของใหม่ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการแพ้เครื่องสำอางได้
ที่มา …. Health & Cuisine

 

 

ผิวขาว

Image Tree Gluta&C Complex 850​ ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็น 3 ชนิดที่ช่วยล้างพิษตับได้คือ

Detoxitication : กรดอะมิโนที่จำเป็น 3 ชนิด จะช่วยสร้างเอนไซม์ชนิดต่างๆในร่างกาย โดยเฉพาะที่ตับ ช่วยในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายโดยไปเปลี่ยนสารพิษ ชนิดไม่ละลายน้ำ(ละลายในน้ำมัน) เช่น พวกโลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลง แม้แต่ยาบางชนิด ให้เป็นสารที่ไม่อันตราย และละลายน้ำได้ดีขึ้น แล้วขับออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันตับจากการถูกทำลายโดยแอลกอฮอล์การสะสมของ Acetaldehyde (ทำให้เกิดอาการเมาค้าง) บุหรี่ และยา

‘รูขุมขนกว้าง’ จัดการได้…ไม่ทำให้ชีวิตสะดุด

ขอบคุณรูปภาพจาก besskincare.com

ขอบคุณรูปภาพจาก besskincare.com

 

เชื่อได้ว่ามีหนุ่มสาวไม่น้อย ที่กำลังมีปัญหาเรื่องรูขุมขน เพราะรูขุมขนเล็กๆ บนผิวหน้า หรือที่เรียกว่า ’รูขุมขนกว้าง’ นี้เอง ที่ทำให้ผิวดูไม่สม่ำเสมอ เกิดสิวเสี้ยน และมีโอกาสขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนการแต่งหน้าแบบธรรมดาไม่สามารถช่วยอำพรางผิวให้เรียบเนียนได้ สร้างความหนักใจให้ผิวได้ไม่น้อยเลย Beauty Tricks & tips จึงมีวิธีหลีกเลี่ยงและชะลอการเกิดรูขุมขนกว้างมาแนะนำสาวๆ ก่อนช่วงเทศกาลปาร์ตี้ในหนาวนี้มาแบ่งปันเพื่อนๆ กันค่ะ

1.เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
เป็นศัตรูตัวร้ายที่เร่งความชรา และปัญหาผิวให้ปรากฏก่อนวัยได้อย่างชัดเจน เพราะแอลกอฮอล์จะทำให้ผิวขาดน้ำ ส่งผลให้รูขุมขนเปิดกว้าง ผิวดูหยาบ แห้งกร้าน และเกิดการคั่งบวมภายใต้ผิว โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้โดยการดื่มน้ำสะอาดให้มากระหว่างการดื่มแอลกอฮอล์ จะช่วยคืนแร่ธาตุที่ร่างกายสูญเสียจากการดื่มแอลกอฮอล์ และเจือจางพิษของเครื่องดื่มที่ดื่มเข้าไปให้น้อยลง รวมทั้งยังช่วยให้อาการอ่อนเพลียหลังการดื่มฟื้นตัวเร็วยิ่งขึ้น

2.อาหารรสจัด
เป็นรสชาติที่คนเอเชียโปรดปราน เพราะนอกจากความเผ็ดร้อนที่ช่วยทำให้อาหารอร่อยแล้ว อาหารที่มีรสจัดยังมีส่วนกระตุ้นให้เลือดหมุนเวียน และยังไปกระตุ้นต่อมน้ำมันให้ทำงานมากเกินปกติอีกด้วย ส่งผลให้รูขุมขนขยายกว้าง ชั้นผิวสะสมตัวหนา หม่นหมอง และตามมาซึ่งปัญหาสิวนานัปการ รู้เช่นนี้แล้ว คนที่ชอบรสจัดทั้งหลายควรลดความจัดจ้านของอาหารที่ทานอยู่ให้น้อยลง เพื่อให้ผิวอยู่ในภาวะสมดุลไม่ทำงานมากเกินไป

3.ภัยจากรังสียูวี
แสงแดดจะมีวิตามินในช่วง 8.00 -10.00 น. และเป็นภัยต่อผิวตั้งแต่ 11.00 -15.00 น.เพราะเป็นช่วงที่รังสียูวีเข้มข้นรุนแรงที่สุด สามารถทำร้ายผิวได้ลึกสุดถึงระดับคอลลาเจน และอีลาสติน ทำให้ผิวหมองคล้ำ ไหม้เกรียม ผิวหย่อนคล้อย รูขุมขนถูกดึงให้กว้างตามแรงโน้มถ่วงของผิวที่สูญเสียความกระชับแน่น จึงทำให้รูขุมขนกว้างด้วยสาเหตุนี้ จึงต้องจัดการด้วยครีมกันแดดที่มีค่า SPF และ UV +++ ให้ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด และควรเติมครีมกันแดดทุก 2 ชม.เพื่อรักษาระดับการปกป้องผิวอย่างมีประสิทธิภาพ

4.ภาวะผิวขาดน้ำ
ผิวของเรานั้น มีน้ำเป็นองค์ประกอบถึง 70 เปอร์เซ็นต์ โดยผิวสามารถสูญเสียน้ำหล่อเลี้ยงได้จากภาวะแวดล้อมทั่วไป อย่างการอยู่ในห้องปรับอากาศ การเดินทางโดยเครื่องบิน และวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ซึ่งทำให้ไม่สามารถดื่มน้ำได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เมื่อผิวประสบภาวะขาดน้ำ รูขุมขนที่เคยอิ่มแน่นจะฟุบตัวแบนราบลง มองเห็นเป็นวงกว้างชัดเจนขึ้น เราจึงควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวไม่ขาดน้ำในทุกๆ วัน

Closes up…tips
การดื่มน้ำสะอาดวันละ 8 แก้ว มีเทคนิคง่ายๆ คือสูตร 2-3-3 หมายถึงดื่มน้ำอุ่น 2 แก้วทันทีที่ตื่นนอน เพื่อปลุกระบบร่างกาย จากนั้นดื่มให้ได้ 3 แก้ว ในระหว่างอาหารเช้าถึงเที่ยง และดื่มอีก 3 แก้ว ช่วงหลังอาหารเที่ยงจนถึงก่อนอาหารค่ำ การแบ่งช่วงดื่มน้ำเช่นนี้ จะช่วยให้ร่างกายรักษาระดับน้ำให้สมดุลได้ตลอดทั้งวัน ส่วนในช่วงอาหารค่ำนั้นหากกระหายน้ำ ให้ใช้วิธีจิบน้ำพอประมาณก็เพียงพอ เพราะการดื่มน้ำมากก่อนเข้านอน จะส่งผลให้นอนหลับไม่สนิท และตื่นมาตาบวมได้
ที่มาข้อมูล : http://www.hisoparty.com

 

Gluta_banner125x125

ผิวขาว

Image Tree Gluta&C Complex 850​ ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็น 3 ชนิดที่ช่วยล้างพิษตับได้คือ

Detoxitication : กรดอะมิโนที่จำเป็น 3 ชนิด จะช่วยสร้างเอนไซม์ชนิดต่างๆในร่างกาย โดยเฉพาะที่ตับ ช่วยในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายโดยไปเปลี่ยนสารพิษ ชนิดไม่ละลายน้ำ(ละลายในน้ำมัน) เช่น พวกโลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลง แม้แต่ยาบางชนิด ให้เป็นสารที่ไม่อันตราย และละลายน้ำได้ดีขึ้น แล้วขับออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันตับจากการถูกทำลายโดยแอลกอฮอล์การสะสมของ Acetaldehyde (ทำให้เกิดอาการเมาค้าง) บุหรี่ และยา

อาการแพ้เครื่องสำอางที่สาวๆไม่ควรมองข้าม

 

เร่งร่างกายให้เผาผลาญ

ขอบคุณรูปภาพจาก seventeen.com

เพราะในปัจจุบันสาว ๆ ยุคใหม่หันมาดูแลตัวเองและสนใจความสวยความงามกันมากขึ้น จึงทำให้เครื่องสำอางเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่สาว ๆ ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทั้งนี้ก็เพื่อความสวยความมั่นใจของตัวเองแบบล้วน ๆ แต่จะว่าไปสำหรับบางคนแล้ว เครื่องสำอางกลับกลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผิวแย่และเสียความมั่นใจต่างจากคนอื่น เนื่องจากเกิดอาการแพ้เครื่องสำอางจนถึงขั้นเสียโฉมหรือหน้าพังไปเลยก็มี ว่าแต่อาการแพ้เครื่องสำอางเหล่านี้ หากเกิดขึ้นกับเรา จะมีวิธีสังเกตได้อย่างไรและจะมีวิธีป้องกันรับมือได้ด้วยวิธีไหนบ้าง วันนี้กระปุกดอทคอมมีคำตอบมาฝากกันค่ะ

ความจริงแล้วอาการแพ้เครื่องสำอางนั้น สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย และเกิดขึ้นได้ทันทีหากมีการสัมผัสกับสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ แต่สำหรับบางคนอาจเกิดขึ้นในภายหลังจากที่ใช้เครื่องสำอาง อาจเป็นวัน เป็นสัปดาห์ไปจนถึงใช้มาเป็นเวลานานหลายปี โดยอาการแพ้จะปรากฏได้ทุกที่ตามร่างกาย แม้ว่าบริเวณนั้น ๆ จะไม่เคยสัมผัสเครื่องสำอางชิ้นนั้นมาก่อนเลยก็ สำหรับลักษณะการแพ้ก็มีด้วยกัน ดังต่อไปนี้

อาการระคายเคืองทางผิวหนัง ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยและมักเกิดกับกลุ่มคนที่มีผิวแพ้ง่าย อาทิ เช่น ผิวลอกเป็นขุย รอยด่างขาว บางคนอาจมีอาการคันยิบ ๆ ร่วมด้วย อันเนื่องมาจากผิวขาดความชุ่มชื่นบวกกับการใช้เครื่องสำอางเยอะเป็นจำนวนมาก จึงอาจทำให้เกิดการระคายเคืองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา เนื่องจากเป็นบริเวณที่ผิวบางที่สุด หากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ อาการอาจกำเริบหนักขึ้นกว่าเดิมก็เป็นได้

อาการอักเสบของผิวหนัง ในบางรายจากที่ไม่เคยเป็นสิว-ผื่น ก็ขึ้นมาเพียบ ทั้งสิวเม็ดใหญ่เล็กไปจนถึงผื่นแดง ผื่นดำ ตุ่มน้ำเม็ดขึ้นยิบ ๆ ตามใบหน้า ซึ่งสาเหตุของอาการแพ้นั้นมาจากสารประกอบในเครื่องสำอางอย่างสารปรอท สารกันเสีย น้ำหอม สเตียรอยด์ แอลกอฮอล์ที่มีปริมาณสูง จึงทำให้เกิดผลข้างเคียงขึ้นกับผิวหนังได้โดยตรง ทั้งนี้อาการแพ้อาจขึ้นอยู่กับเครื่องสำอางแต่ละประเภทและผิวของแต่ละคนอีกด้วย

ดังนั้นหากคุณรู้สึกสงสัยว่าผิวของคุณกำลังมีอาการแพ้เครื่องสำอาง ให้รีบหยุดใช้เครื่องสำอางทุกตัวที่ใช้อยู่ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวมีอาการแพ้หนักขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังควรทดสอบการแพ้ก่อนเริ่มใช้เครื่องสำอางทุกครั้ง ด้วยการทาเครื่องสำอางบริเวณท้องแขน แล้วทิ้งไว้ประมาณ 24 ชั่วโมง เพื่อสังเกตอาการแพ้หากไม่มีการผิดปกติก็สามารถใช้ได้ และควรตรวจเช็กสารประกอบในเครื่องสำอางก่อนซื้อทุกครั้ง เนื่องจากสารแต่งกลิ่นน้ำหอม (fragrance/perfume) สารกันเสีย (preservatives) และสารป้องกันแสงแดด (Sunscreens)เหล่านี้คือสารที่อาจก่อให้เกิดการแพ้เป็นอันดับต้น ๆ สำหรับสาว ๆ คนไหนที่มีอาการแพ้ระคายเคืองและมีอาการอักเสบของผิวหนังมาก เช่น บวมแดงทั้งหน้า มีสิวเห่อมาก คันตลอดเวลา หรือมีอาการอื่นแทรกซ้อนจนผิดสังเกต ควรรีบปรึกษาแพทย์และเข้ารับการรักษาทันที

แม้ว่าเครื่องสำอางจะช่วยเนรมิตความให้กับเราได้ แต่ในทางกลับกันหากไม่ทันระมัดระวังและเลือกใช้เหมาะสมกับผิว บางทีอาจจะทำให้คุณหมดสวยไปเลยก็ได้ เอาเป็นว่า..โอกาสหน้าหากสาว ๆ คนไหนจะซื้อหรือหยิบเครื่องสำอางมาใช้ล่ะก็ อย่าลืมตรวจดูส่วนประกอบและทดสอบการแพ้ก่อนใช้เครื่องสำอางทุกครั้งด้วยนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก kapook.com

 

ผิวขาว

 

คุณเองก็มีผิวขาวใสได้ด้วย Gluta&C Complex 850 นวัตกรรมล้ำหน้า ที่ช่วยปรับสีผิวคุณให้ขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ กลูต้าไธโอนสูตรเข้มข้นจากสวิตเซอร์แลนด์และวิตามินซี พร้อมด้วยสารสกัดเปลือกสนมาริไทม์จากฝรั่งเศสช่วยทำให้ผิวเนียน ไร้ริ้วรอย จุดด่างดำ ฝ้า กระ

ขนาดบรรจุ 1 ขวด 30 เม็ด สั่งผ่านเน็ตจัดส่งฟรีถึงบ้าน

ปลอดภัย ผ่าน อ.ย. แล้ว ทานได้อย่างสบายใจค่ะ
(เลขที่ อ.ย. 12-1-09448-1-0323)

การล้างพิษในตับกับ Image Tree Gluta&C Complex 850

การล้างพิษตับ

ขอบคุณรูปภาพจาก dailyglow.com

ขอบคุณรูปภาพจาก dailyglow.com

 

หมายถึง การนำพิษออกจากร่างกายโดยกระตุ้นให้ตับและถุงน้ำดีขับพิษออกนอกร่างกาย ด้วยวิธีรับประทานอาหารพลังงานต่ำ หรือ อดอาหาร (ดื่มน้ำสมุนไพรแทน) และใช้ยาสมุนไพร ซึ่งสามารถนำพิษออกได้มากกว่าวิธีอื่นๆ เหมาะสำหรับคนที่มีพิษสะสมในร่างกาย ปริมาณมาก เช่น นิ่วในถุงน้ำดี เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง

โดยปกติร่างกายของคนเรามีกระบวนการกำจัดพิษออกจากร่างกายได้หลายวิธี เช่น การไอ การจาม มีขน มีเมือกโบกพัดเชื้อโรคออกจาก ร่างกาย มีเม็ดเลือดขาวช่วยจับกินเชื้อโรค มีระบบภูมิคุ้มกันช่วยดูแลร่างกายให้แข็งแรง และยังมีตับเป็นอวัยวะที่รวบรวมพิษและกำจัดพิษออก จากร่างกายอีกด้วย ตับจึงมีความสำคัญต่อร่างกายมาก ตั้งอยู่ช่องท้องใต้ชายโครงขวา หนัก 1.3-3 กิโลกรัม ทำหน้าที่ในร่างกาย 40 อย่าง และยังมีหน้าที่ย่อย 500 อย่าง เช่น

- เก็บสารที่ใช้ในการสร้างฮีโมโกลบิน
- เก็บวิตามิน A , D , E , K, แร่ธาตุ และไขมัน
- สร้างน้ำเหลือง ซึ่งเป็นตัวกลางในการนำพาเม็ดเลือดขาว ให้เคลื่อนไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย
- ควบคุมสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย
- ขับของเสียที่เกิดจากปฏิกิริยาเมตาโบลิซึ่ม
- สร้างไลโปโปรตีน เอาไว้คอยส่งไขมันในเลือด
- สร้างโปรตีนทั้งแอลบูมินและโกลบูลิน
- ผลิตสารที่เป็นปัจจัยการแข็งตัวของเลือด ( Clotting factors)
- ทำลายเม็ดเลือดแดงที่ใช้แล้ว
- แปรรูปโมเลกุลของฮีโมโกลบินที่ได้จากการทำลายเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุจากม้าม เพื่อสร้าง เป็นรงควัตถุน้ำดี ( Bile pigment) เช่น บิลิรูบิน ( Bilirubin) และบิลิเวอดิน ( Bilivedin)
- หน้าที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การกำจัดพิษออกจากร่างกาย

ถ้าเราไม่รู้จักวิธีดูแลตับ ไม่รู้จักวิธีเอาพิษออก อาจทำให้ตับถูกทำลายด้วยพิษ ทำให้เสียหน้าที่ต่างๆทำให้ร่างกายเจ็บป่วยได้ การเอาพิษออกจากตับ ( Liver flushing) จึงเป็นวิธีการดูแลดับที่ดีมาก สามารถเอาพิษออกจากร่างกายได้ในปริมาณที่มาก จึงมีประโยชน์ดังนี้

1. ช่วยสร้างเอ็นไซม์ชนิดต่างๆ หลายชนิดในร่างกายที่ช่วยตับในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย
2. ป้องกันตับจากสารพิษ ยา สารเคมี หรือแอลกอฮอล์
3. ช่วยให้ตับฟื้นตัวเร็วขึ้น เร่งการขับสารพิษตกค้างในร่างกาย ปกป้องตับจากการทำเคมีบำบัด ในผู้ป่วยมะเร็ง เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ( Antioxidants) ที่ช่วยต่อต้านการทำลายเซลล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์ตับไม่ให้ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ
4. ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง สามารถต่อต้านเชื้อโรคและสิ่ง แปลกปลอม บรรเทาความรุนแรงของหวัด หรือ อาการภูมิแพ้
5. ช่วยให้ร่างกายสามารถรีไซเคิลสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ กลับมาใช้ได้ใหม่ เช่น วิตามินซี
6. ช่วยลดการสะสมของไขมันที่ตับ และลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด
7. ช่วยป้องกันและต่อสู้กับโรคมะเร็ง ช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ และคืนความสดชื่นให้กับเซลล์ ทั่วร่างกาย
8. ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกาย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง คอลลาเจน อิลาสติน เส้นเอ็นและความแข็งแรง ยืดหยุ่นของหลอดเลือด

ขั้นตอนการล้างพิษในตับ

การล้างพิษตับ แบ่งเป็น 5 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1. เตรียมตัวก่อน พร้อมทั้งกายและใจ
1.1 ทำได้ในผู้ที่มีอาการพิษสะสม เช่น
* อาการปวดศีรษะบ่อย หงุดหงิด
* ปวดเมื่อยหลัง ไหล่ คอ
* เบื่ออาหาร ท้องอืดบ่อย
* หน้าตาหมองคล้ำ ไม่ขาวสดใส ผิวพรรณหยาบกร้าน
* มีแผลร้อนในในปากเป็นประจำ
* ดูดซึมสารอาหารจำพวกแป้งมากไปทำให้ร่างกายอ้วน
* ขับถ่าย และละลายสารพิษไม่ออก จะเกิดสิวเสี้ยนบนใบหน้า และฝ้าดำบนใบหน้า
* อ่อนเพลีย ง่วงนอน สมาธิไม่ดี ความจำเสื่อม
* โรคท้องผูกและ ริดสีดวงทวาร
* สตรีมีรอบเดือนมาไม่ปรกติ
* ประสาทตึงเครียด และร่างกายไม่แข็งแรง เพศสัมพันธ์เสื่อม
* ผิวหนังเป็นผื่นคัน ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น ผายลมบ่อย
* โรคเรื้อรัง เช่น โรคไต เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดตีบตัน
* ภูมิแพ้ การต้านทานการติดเชื้อโรคของเด็ก และผู้สูงอายุ
* ไตทำงานหนัก ( ขับพิษยาตกค้างแทน)
1.2 เจ็บป่วย โรคหรืออาการต่างๆ
1. สิว
2. ไขมันในเลือดสูง
3. โรคผิวหนัง ผื่นคันต่างๆ
4. หอบ หืด
5. ภูมิแพ้
6. นิ่วตับและนิ่วถุงน้ำดี ปวดท้องจากนิ่วถุงน้ำดี ซึ่งนิ่วจะเป็นตัวขัดขวางการทำงานของตับทำให้เกิดโรคต่างๆได้ เช่นไขมันพอกตับ ตับแข็ง มะเร็งตับ ตับวาย
7. โภชนาการพร่อง
8. ปวดไหล่ ปวดหลัง ปวดแขน
9. ปวดท้อง ปวดตับ
10. ความดันโลหิตสูง
11. โรคหัวใจ เจ็บหน้าอก
12. โรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร ลำไส้แปรปรวน ท้องผูก
13. มะเร็ง
14. เอดส์
15. พากินสัน
16. อัลไซเมอร์
17. ลมชัก
18. อื่นๆ
1.3. มีความเข้าใจในการล้างพิษตับ มีความอดทน
1.4. มีเวลาให้กับการล้างพิษตับ เวลาที่เหมาะสมกับการล้างพิษตับควรเป็นดังนี้
- เวลาที่สะดวก ไม่เร่งรีบ
- เป็นวันหยุด พักผ่อน
- วันก่อนหรือหลังวันพระ 1 วัน
1.5 ข้อระมัดระวัง
- สำหรับผู้ที่ร่างกายเพลียมากๆ เจ็บป่วยด้วยโรคเฉียบพลัน เช่น ไข้ ไข้หวัด โรคหัวใจบางชนิด เด็กในวัยเจริญเติบโต หญิงตั้งครรภ์ ควรงดหรือเว้น

ขั้นตอนที่2. ล้างลำไส้ก่อนล้างตับ
ซึ่งมีหลายวิธี เช่น ให้งดอาหารเนื้อ นม ไข่ น้ำมัน อาหารผัด ทอด หรืออดอาหารทุก อย่างโดยดื่มน้ำสมุนไพร แทนร่วมกับรับประทานยาสมุนไพรล้างลำไส้หรือร่วมกับวิธีสวนล้างลำไส้ใหญ่ ดังต่อไปนี้
- ดื่มน้ำชาต่างๆ เช่น น้ำชาข้าว น้ำด่าง น้ำมะขามผสมน้ำผึ้ง (วิธีทำแสดงในหัวข้ออาหารและน้ำปรับสมดุลร่างกาย) โดยน้ำชาข้าว ดื่มตอนเช้า ประมาณ 5 แก้ว น้ำด่างหรือน้ำอัลคาไลด์ ดื่มตลอดวัน น้ำมะขามผสมน้ำผึ้ง ดื่มเมื่อรู้สึกเพลีย
- รับประทานยาสมุนไพร สำหรับล้างพิษ ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำมะขามดื่ม 1/2 แก้ว 3 เวลา ก่อนอาหารซึ่งจะดื่ม 3 วัน (ยาจะช่วยทำ ความสะอาดลำไส้)
- ให้สวนล้างลำไส้ใหญ่ด้วยน้ำสมุนไพร เช่น น้ำต้มสะเดา น้ำต้มหญ้าใต้ใบ กาแฟ หรือสมุนไพร ที่ถูกกับตัวเอง โดยทำ เช้า-เย็น หรือมากกว่า เพื่อทำความสะอาดลำไส้ก่อนที่จะนำพิษออกจาก ตับและถุงน้ำดี

ขั้นตอนที่3. การล้างพิษตับ
หลังจากล้างลำไส้แล้วก็จะล้างพิษจากตับ โดยวันที่ล้างพิษตับจะงดการรับประทานยาทุกชนิด งดรับประทานอาหาร ดื่มน้ำเปล่า หรือน้ำชาต่างๆ แทน แต่ถ้างดอาหารทางปากได้ยิ่งดี
วันหลังจากล้างลำไส้แล้ว
- ตอนเช้า ถ้างดอาหารได้จะดีให้ดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้คั้น แต่ถ้างดไม่ได้ให้รับประทานอาหารเฉพาะผักและผลไม้
- เวลา 14 .00 น. ดื่มน้ำผลไม้ เช่นน้ำสับปะรด น้ำมะละกอ ประมาณ 1 แก้ว หลังจากนั้นงดน้ำงดอาหารทุกอย่าง ถ้าหิวมากให้จิบน้ำเปล่า หรือน้ำด่าง (น้ำอัลคาไลด์) หลังจากนั้นเอาพิษออกจากร่างกายด้วยวิธีต่างๆ อาบน้ำ
- เวลา 18.00 น. ดื่มน้ำดีเกลือ โดยนำดีเกลือ 1 ช้อนชา ผสมน้ำเปล่า 1/2 แก้ว คนให้เข้ากันดื่ม หลังจากนั้นงดดื่มน้ำทุกอย่าง (ดีเกลือจะทำให้ตับและถุงน้ำดีพองตัวและอ่อนตัว ช่วยระบาย ทำให้ไขมัน นิ่วหลุดออกมาได้)
- เวลา 19.00 น. ดื่มเกลือดำแก้อาการเพลีย
- เวลา 20.00 น. ดื่มน้ำดีเกลือ โดยนำดีเกลือ 1 ช้อนชา ผสมน้ำเปล่า 1/2 แก้ว อีก 1 แก้ว หลังจากนั้นงดดื่มน้ำทุกอย่าง (ดื่มน้ำดีเกลือ ถ้ารู้สึกขมปากให้อมมะนาว หรือจิบน้ำมะนาว)
- เวลา 22.00 น. (ไม่ควรเกิน 22.15 น.) ดื่มน้ำมันมะกอก 150 ซี.ซี. ผสมกับน้ำมะนาว 150 ซี.ซี. (บางคนอาจใช้น้ำ มะนาว 75 ซี.ซี และน้ำส้มคั้น 75 ซี.ซี) เขย่าให้เข้ากัน ให้ยืนดื่มเพื่อป้องกันไม่ให้ท่อน้ำดีพับงอ แล้วรีบนอนลงให้ศีรษะสูง หรือนอนตะแคงขวา ลำตัวตรงหรือนั่งดื่มโดย นั่งเหยียดขา เอนตัว 45 องศาแล้วค่อยๆนอนลงไปให้ศีรษะสูง นอนนิ่งจนถึง 02.00 น. ถ้าไม่สบาย ในท้องสามารถใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบท้อง ช่วยให้ขับพิษออกจากตับและถุงน้ำดี ดีมากขึ้น (น้ำมันมะกอกและน้ำมะนาวจะช่วยขับพิษจากตับและถุงน้ำดี) หลัง 02.00 น. สามารถเริ่มเก็บอุจจาระไว้วิเคราะห์โรคได้
ตื่นเช้าของวัน ต่อมา
- เวลา 06.00 น. ดื่มน้ำดีเกลือ โดยนำดีเกลือ 1 ช้อนชา ผสมน้ำเปล่า 1/2 แก้ว (ไม่ดื่มก็ได้)
- เวลา 07.00 น. ดื่มเกลือดำแก้อาการเพลีย
- เวลา 08.00 น. ดื่มน้ำดีเกลือ โดยนำดีเกลือ 1 ช้อนชา ผสมน้ำเปล่า 1/2 แก้ว (ไม่ดื่มก็ได้)
- หลังขับถ่ายอุจจาระให้ดื่มน้ำสมุนไพรบำรุงกำลัง เช่น น้ำมะพร้าวสด น้ำขิง1 แก้ว (ถ้าไม่ขับถ่ายอุจจาระให้สวนล้างลำไส้ ก่อนดื่มน้ำ สมุนไพร)
- เวลา 10.30 น. สวนล้างลำไส้ใหญ่อีกครั้ง
- หลังจากนั้น เริ่มรับประทานอาหารอ่อนๆ เพื่อบำรุงตับ

ขั้นตอนที่ 4. ล้างลำไส้หลังล้างตับ
หลังจากล้างพิษจากตับและถุงน้ำดีแล้ว การขับพิษต้องใช้เวลาในการเคลื่อนพิษออกจากร่างกาย จึงต้องรับประทานอาหารอ่อนๆประมาณ 3 วัน รับประทานยาบำรุงตับอย่างน้อย 7 วัน และสวนล้างลำไส้ใหญ่(ดีทอกซ์) อย่างน้อย 7 วัน เพื่อขับพิษออกจากร่างกายให้ประคบบริเวณหน้าท้องด้วยความร้อนโดยใช้ผ้าฝ้ายขนาดผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำมันมะกอกคลุมลงไปบริเวณหน้าท้อง แล้วใช้กระเป๋าน้ำร้อนวางทาบลงไป ใช้ผ้าห่อหน้าท้องไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงจะช่วยให้การขับนิ่ว ของเสียออกได้ดี(ถ้าไม่พร้อมไม่ต้องทำก็ได้) ในช่วงเวลานี้อาจพบก้อนนิ่ว ไขมัน ของเสียต่างๆหลุดออกมาพิษที่ออกจากตับ ตับอ่อน และถุงน้ำดี มีลักษณะดังนี้
1. ลอยอยู่ข้างบน คือ ไขมันจากตับ และนิ่วจากถุงน้ำดี ไขมันจากตับจะมีสีเหลือง สีเขียว สีดำ ก้อนขรุขระ หรือ เป็นน้ำสีดำ สีเหลือง สีเทา มันติดมือล้างไม่ออก ต้องใช้น้ำยาล้างจาน หรือสบู่ล้างหลายๆครั้ง
2. ลอยอยู่ตรงกลาง จะเป็นเซลล์มะเร็ง มีลักษณะเหมือนเห็ดหูหนูขาว
3. อยู่ล่างสุดคือเม็ดเลือดแดง ที่หมดอายุ
4. ลักษณะนิ่วจากถุงน้ำดี จะมีสีเขียว เหลือง ดำ ก้อนค่อนข้างกลม
อาการหลังล้างพิษ
​จะรู้สึกอ่อนเพลีย อย่าตกใจ เป็นอาการปกติให้พักผ่อน เอาพิษออกด้วยวิธีอื่นๆ เช่น ตากแดด แช่มือ-แช่เท้า ให้รับประทาน อาหารอ่อนๆอย่างน้อย 3 วัน ค่อยรับประทานอาหารตามปกติ รับประทานยาบำรุงตับ และทำดีทอกซ์ เช้า – เย็น 7 วัน
ขั้นตอนที่ 5. ฟื้นฟูตับ
หลังจากที่ตับขับพิษออกแล้วอาจจะมีร่องรอยของแผลที่เกิดจากการหลุดลอกออกของนิ่ว ไขมัน หรือของเสียอื่นๆ อาจทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย การฟื้นฟูตับจึงเป็นสิ่งสำคัญสิ่งที่ต้องปฏิบัติคือ
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- รับประทานยาบำรุงตับ
- ดื่มและรับประทานอาหารบำรุงตับ เช่น น้ำผักผลไม้ปั่น ข้าวต้มเพื่อสุขภาพ (ดูรายละเอียดในหัวข้ออาหารและน้ำปรับสมดุลร่างกาย) โดยรับ ประทานอย่างน้อย 3 วัน หลังจากนั้นก็ปฏิบัติดูแลสุขภาพตนเองแบบพอเพียง ด้วยหลักปฏิบัติ 5 อ. (เอาพิษออก อาหารและน้ำปรับสมดุลร่างกาย อากาศ ออกกำลังกาย อารมณ์และจิตใจ) และหมั่นเอาพิษออกจากร่างกายเท่าที่รู้สึกสบาย
การล้างพิษตับและถุงน้ำดี อาการ ต่างๆจะหายได้อย่างชัดเจน ตามประสบการณ์มักพบว่าทำมากกว่า 5 ครั้งจะเห็นผลชัดเจน แต่บางราย 1 ครั้งก็เห็นผลได้ การล้างพิษตับ และถุงน้ำดีควรทำห่างกัน 3 – 4 สัปดาห์ สามารถทำได้ทุกเดือน หรืออย่างน้อยปีละ 2-4 ครั้ง

​จากที่ทราบถึงข้อดีและขั้นตอน ในการล้างพิษตับแล้ว อาจจะต้องปฎิบัติตนเองอย่างเคร่งครัดในแต่ละขั้นตอนต่างๆรวมถึงการเตรียมตัวและเตรียมใจ
​แต่เรามีทางเลือกอีกทางเพื่อสำหรับคนที่ต้องการความสะดวกสบายและให้ผลลัพธ์เทียบเท่ากับการล้างพิษตับซึ่งก็คือ
Image Tree Gluta&C Complex 850 มีส่วนประกอบของกรดอะมิโนที่จำเป็น 3 ชนิด ได้แก่ Cysteine (ซิสเทอีน) , Glycine (ไกลซีน) และ Glutamic acid (กลูตามิกแอซิต) กรดอะมิโนที่จำเป็น 3 ชนิดนี้พบมากที่ตับของมนุษย์ สำหรับผู้ที่มีสภาพการทำงานของตับบกพร่อง ผู้ที่ทานแอลกอฮอล์เป็นประจำ รวมทั้งผู้ป่วยโรคตับอักเสบและตับแข็ง จะพบกรดอะมิโนที่จำเป็น 3 ชนิดนี้ในตับมีปริมาณน้อย ไม่เพียงพอต่อการนำไปใช้ประโยชน์ได้ กรดอะมิโนที่จำเป็น 3 ชนิดนี้ยังมีประโยชน์ที่สำคัญในการต่อต้านอนุมูลอิสระ และยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดกระ, ฝ้า และจุดด่างดำ
จีงจำเป็นต้องได้รับเสริมเข้าไปโดยตรงจากแหล่งอาหารอื่นๆ เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์บางชนิด รวมทั้งที่อยู่ในรูปของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้วย

Gluta_banner125x125

Image Tree Gluta&C Complex 850​ ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็น 3 ชนิดที่ช่วยล้างพิษตับได้คือ

Detoxitication : กรดอะมิโนที่จำเป็น 3 ชนิด จะช่วยสร้างเอนไซม์ชนิดต่างๆในร่างกาย โดยเฉพาะที่ตับ ช่วยในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายโดยไปเปลี่ยนสารพิษ ชนิดไม่ละลายน้ำ(ละลายในน้ำมัน) เช่น พวกโลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลง แม้แต่ยาบางชนิด ให้เป็นสารที่ไม่อันตราย และละลายน้ำได้ดีขึ้น แล้วขับออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันตับจากการถูกทำลายโดยแอลกอฮอล์การสะสมของ Acetaldehyde (ทำให้เกิดอาการเมาค้าง) บุหรี่ และยา

กินเสริมคอลลาเจน คุณเองก็ทำได้

กินเสริมคอลลาเจน

กินเสริมคอลลาเจน

ขอบคุณภาพจาก zsgod.com

กินเสริมคอลลาเจน คุณ ผู้อ่านคงทราบกันดีว่าคอลลาเจนนั้นหดหายไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น การยื้อยุดฉุดกระชากให้คอลลาเจนอยู่กับผิวเราไปนานๆมีหลายวิธีทั้งดูแลจากภายนอก เช่น การใช้เทคโนโลยีอย่าง เลเซอร์ หรือ คลื่นวิทยุ ไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนหรือการดูแลจากภายในเพื่อควบคุมปัจจัยต่างๆที่พร้อมจะมาทำลายคอลลาเจน เช่น อนุมูลอิสระการอักเสบซ่อนเร้น ให้อยู่ในระดับที่ไม่สูงจนเร่งความชราไว แต่หนึ่งในวิธีที่คุณผู้อ่านสามารถนำไปปฏิบัติเองได้ง่ายๆโดยไม่ต้องพึ่งแพทย์ หรือเสียเงินแพงๆแต่อย่างใด คือ การรับประทานอาหารที่ส่งเสริมการสร้างของคอลลาเจนมาดูกันค่ะว่า อะไรบ้างที่ควรไขว่คว้าหามารับประทาน

คอลลาเจนเป็นเส้นสายโปรตีนที่ประกอบขึ้นจากหน่วยย่อยคือกรดอะมิโนมาเรียงตัวกัน เปรียบง่ายๆเหมือนสายสร้อยที่มีลูกปัดมาเรียงต่อกันเป็นเส้น กรดอะมิโน 1 โมเลกุลอาจเปรียบได้กับลูกปัดแต่ละเม็ดโดยกรดอะมิโนที่มีบทบาทสำคัญสองชนิดคือ ไฮดร็อกซี่ไลซีน และไฮดร็อกซี่โปรลีนแม้จะยังไม่มีการศึกษาที่พิสูจน์ชัดว่า การรับประทานอาหารที่มีกรดอะมิโนทั้งสองชนิดนี้ในปริมาณสูงจะไปช่วยกระตุ้นการสร้างของคอลลาเจนได้โดยตรง แต่การรับประทานกรดอะมิโนเหล่านี้ไว้เป็นวัตถุดิบให้ร่างกายใช้น่าจะส่งผลดีต่อผิวพรรณไม่มากก็น้อย

กรดอะมิโนตัวแรกคือ โปรลีน ซึ่งร่างกายจะนำไปเปลี่ยนเป็นไฮดร็อกซี่โปรลีนเพื่อประกอบร่างเป็นคอลลาเจนนั้น เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายสามารถสร้างเองได้ จึงไม่จำเป็นต้องตั้งใจหารับประทานจากอาหารส่วนกรดอะมิโนตัวที่สองคือ ไลซีน ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นไฮดร็อกซี่ไลซีนนั้นรับประทานได้จากอาหารเช่น ไก่ นม ไข่ เมล็ดฟักทอง ถั่วเหลือง ถั่วแดง เป็นต้น

อีกหนึ่งกรดอะมิโนหนึ่งที่มีงานวิจัยพบว่าช่วยกระตุ้นการสร้างของคอลลาเจนได้ แม้จะไม่ได้เป็นโครงสร้างของคอลลาเจนโดยตรง แต่อาจกระตุ้นผ่านทางการสร้างสารInsulin-like growth factor ซึ่งเป็นสารที่ไปกระตุ้นการสร้างของคอลลาเจนอีกต่อหนึ่ง คือ กรดอะมิโนอาร์จีนีน

แม้ในภาวะปกติกรดอะมิโนอาร์จีนีนไม่จัดเป็นกรดอะมิโนจำเป็นเพราะร่างกายเราสร้างเองได้ แต่ในภาวะฉุกเฉินเช่น เจ็บป่วยรุนแรง มีแผลไฟไหม้ลุกลามซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายต้องซ่อมแซมตัวเองและสร้างคอลลาเจน ร่างกายจะต้องการอาร์จีนีนมากขึ้นอาร์จีนีนพบในอาหารเช่น เนื้อไก่ จมูกข้าวสาลี อัลมอนด์ วอลนัท ถั่วลูกไก่เมล็ดฟักทอง เป็นต้น

ในกระบวนการสร้างคอลลาเจนนอกจากวัตถุดิบตั้งต้นอย่างกรดอะมิโนแล้ว ยังต้องอาศัยโคแฟตเตอร์ หรือตัวช่วยที่ส่งเสริมให้การสร้างเป็นไปอย่างราบรื่นด้วยโดยตัวช่วยที่สำคัญสองตัวคือ วิตามินซี และ คอปเปอร์

วิตามินซีมีส่วนสำคัญในหลายขั้นตอนของกระบวนการสร้างคอลลาเจนในภาวะขาดวิตามินซี อวัยวะที่มีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบสำคัญเช่น ผิวหนัง หลอดเลือดจะผิดปกติและแสดงอาการให้เห็นเป็นอันดับแรกๆ วิตามินซีพบมากในผักและผลไม้ หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าวิตามินซีจะมีเฉพาะในผลไม้รสเปรี้ยวๆเท่านั้นแต่จริงๆแล้วผลไม้รสไม่เปรี้ยวอย่าง ฝรั่ง แคนตาลูป แตงโม ก็มีวิตามินซีไม่แพ้ผลไม้รสเปรี้ยวเลยรวมถึงผักอย่าง บร็อคโคลี่ หรือแชมป์วิตามินซีสูงอย่าง พริก อีกด้วย

คอปเปอร์ คือแร่ธาตุที่มีชื่อไทยๆว่าทองแดง น้อยคนจะรู้จักและให้ความสำคัญกับคอปเปอร์ ทั้งที่จริงๆแล้วคอปเปอร์เองมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าวิตามินซีเลยในกระบวนการสร้างคอลลาเจน คอปเปอร์มีมากในอาหารเช่น งา ถั่วเหลือง เมล็ดทานตะวันเมล็ดฟักทอง คนที่รับประทานซิงค์เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่อเนื่องนานๆ จะมีโอกาสขาดคอปเปอร์ได้จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

ความแก่เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้แต่เราสามารถเรียนรู้วิธีการที่จะชะลอ เพื่อให้แก่อย่างมีคุณภาพชีวิต(รวมถึงคุณภาพผิว)ที่ดีที่สุดได้เริ่มจากการหมั่นรับประทานอาหารที่ช่วยเสริมการสร้างของคอลลาเจน และเลี่ยงการรับประทานอาหารที่กระตุ้นการทำลายของคอลลาเจนเพียงง่ายๆแค่นี้ ผิวพรรณดีๆก็จะอยู่กับคุณไปได้อีกนาน
ทิป

หมั่นเติมวัตถุดิบสำคัญที่ร่างกายนำไปใช้สร้างคอลลาเจน จากอาหารสุขภาพที่รับประทานได้ง่ายๆเช่น จมูกข้าวสาลี เมล็ดฟักทอง ถั่วต่างๆ
รับประทานผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงเป็นประจำ วิตามินจากอาหารตามธรรมชาติ ดูดซึมและทำงานได้ดีกว่าวิตามินอัดเม็ด
เลี่ยงอาหารที่ส่งเสริมการทำลายคอลลาเจน เช่น อาหารที่แคลอรี่สูง น้ำตาล อาหารน้ำตาลสูง สุรา เป็นต้น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก
พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล

http://www.pleasehealth.com

 

ผิวขาว

 

คุณเองก็มีผิวขาวใสได้ด้วย Gluta&C Complex 850 นวัตกรรมล้ำหน้า ที่ช่วยปรับสีผิวคุณให้ขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ กลูต้าไธโอนสูตรเข้มข้นจากสวิตเซอร์แลนด์และวิตามินซี พร้อมด้วยสารสกัดเปลือกสนมาริไทม์จากฝรั่งเศสช่วยทำให้ผิวเนียน ไร้ริ้วรอย จุดด่างดำ ฝ้า กระ

ขนาดบรรจุ 1 ขวด 30 เม็ด สั่งผ่านเน็ตจัดส่งฟรีถึงบ้าน

ปลอดภัย ผ่าน อ.ย. แล้ว ทานได้อย่างสบายใจค่ะ
(เลขที่ อ.ย. 12-1-09448-1-0323)

กินให้ถูก ค่่า “กรด-ด่าง” เพิ่มสวยหล่อ

กินเพิ่มความสวย

กินเพิ่มความสวย

กูรูชีวจิตเผย กินให้ถูก ค่่า “กรด-ด่าง” เพิ่มสวยหล่อ โดยอาจารย์สาทิสได้กล่าวไว้ว่า “เรื่องของกรด-ด่าง เป็นเรื่องพื้นฐานสำคัญที่สุดของร่างกาย”คนที่กำลังติดตามวิธีการกินให้สวยหล่อ ต้องรู้จักว่าเราแบ่งธาตุในร่างกายเป็น 2 กลุ่มคือ กรด (Acid) และ ด่าง (Base/Alkaline) วัดค่ากันง่ายๆ เช่น ถ้าค่าพีเอช(ph) อยู่ที่ 7 แปลว่าเป็นกลาง

กินเพิ่มความสวย

ขอบคุณรูปภาพจาก healthyfoodssite.com

“ปกติเลือดมนุษย์จะเป็นด่างนิดๆ คือ มีค่าพีเอชประมาณ 7.2-7.4

จึงนับว่าเป็นคนที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์

หน้าตาผิวพรรณมีเลือดฝาด เปล่งปลั่งสดใสน่ามองยิ่งนัก

ดังนั้น อาหารการกินที่ต้องเน้น ควรคำนึงถึงกรด-ด่างเป็นหลัก”

 

“เวลาเลือกกิน ต้องท่องจำกฎความสมดุลของกรด-ด่าง (Acid-Base Balance)

คือ เลือกกินอาหารที่เป็นกรดน้อยๆ และในขณะเดียวกันก็ต้องเลือก

อาหารที่จะไปสร้างด่างเล็กน้อยให้ได้ด้วย”
แต่อาหารที่กินทุกวันๆ ส่วนมากมักจะเป็นกรดสูง

เช่น เนื้อหมู (ph 5.3)

หรือ เนื้อวัว (ph 5.3)

 

“ถ้าจะกิน ควรกินอาหารที่ค่าพีเอชใกล้เคียงกับกลาง (ph 7)

ให้มากที่สุด เช่น

 

ข้าวกล้อง (ph 6.5-7.5)

ปลาดุกหรือปลาช่อน (ph 6.6-7)

กุ้ง (ph 6.8-8.2)

ถั่วลันเตา (ph 5.3-6.8)
จะสังเกตุได้ว่า อาหารทะเลนั้นมีส่วนที่จะเป็นด่างมาก

ชีวจิตถึงแนะนำให้กินได้

 

ตารางอาหารกรด-ด่างอื่นๆ

 

อาหารที่มีส่วนเป็นด่าง (ค่า ph ระหว่าง 7.0-9.0)
แตงกวา สาหร่าย แคนตาลูป เลมอน (มะนาวฝรั่ง)

แอสพารากัส กีวี่ แอ๊ปเปิ้ล อะโวคาโด

บรอกโคลี่ เยื่อไผ่ ฟักทอง

แอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ ข้าวโพด อัลมอนด์

ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ผักบุ้ง แครอต

ขึ้นฉ่าย กระเทียม ลูกแพร์ องุ่นแห้ง

ฝรั่ง ปวยเล้ง ชาเขียว กะหล่ำปลี

แตงโม ถั่วเหลือง มะเขือเทศ

 

อาหารที่มีส่วนเป็นกรด (ค่า ph ระหว่าง 5.0-7.0)
น้าตาลสังเคราะห์ เนื้อวัว เนื้อหมู

น้ำอัดลม แป้งทำขนม เบียร์ สุรา

บุหรี่ ป๊อปคอร์น อาหารแช่แข็ง

น้ำส้มสายชู เนื้อแพะ เนื้อแกะ

กาแฟ ไก่งวง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

เนยสังเคราะห์ ข้าวขัดสี อาหารกระป๋อง

สีผสมอาหารสังเคราะห์ ช๊อกโกแลต

ผงชูรส อาหารที่ทอดด้วยน้ำมัน

 

ข้อควรระวัง คือ อย่ากินอาหารที่เป็นกรดมาก เพราะจะทำให้ร่างกายเป็นกรดมากเกินไป (Acidosis)

ส่งผลให้ระบบประสาทและสมองที่บังคับการทำงานของจังหวะ

การหายใจตรงปอดและหลอดลม ทำงานหนักขึ้น

หายใจหอบถี่ และทำให้ออกซิเจนเข้าไปในร่างกายไม่พอ

อาจมีความเสี่ยงเป็นโรคร้ายแรงได้
“ที่บอกนี้ไม่ได้ห้ามกินอาหารที่มีส่วนเป็นกรดทุกชนิด

แต่ให้กินอาหารที่มีส่วนเป็นด่างเพิ่ม เช่น

ถ้าดื่มน้ำอัดที่มีฤทธิ์เป็นกรด ค่า ph 2.5

ควรกินหรือดื่มอะไรที่เป็นด่าง ที่ค่า ph 8-10 ประมาณ 32 แก้ว

เพื่อช่วยร่างกายปรับสมดุล แต่ถ้าดื่มไม่ไหว

งดน้ำอัดลมง่ายกว่าเยอะ”

 

(ที่มา: นิตยสารชีวจิต)

 

Gluta_banner125x125

คุณเองก็มีผิวขาวใสได้ด้วย Gluta&C Complex 850 นวัตกรรมล้ำหน้า ที่ช่วยปรับสีผิวคุณให้ขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ กลูต้าไธโอนสูตรเข้มข้นจากสวิตเซอร์แลนด์และวิตามินซี พร้อมด้วยสารสกัดเปลือกสนมาริไทม์จากฝรั่งเศสช่วยทำให้ผิวเนียน ไร้ริ้วรอย จุดด่างดำ ฝ้า กระ

ขนาดบรรจุ 1 ขวด 30 เม็ด สั่งผ่านเน็ตจัดส่งฟรีถึงบ้าน

ปลอดภัย ผ่าน อ.ย. แล้ว ทานได้อย่างสบายใจค่ะ
(เลขที่ อ.ย. 12-1-09448-1-0323)